
รีวิว ริธึ่ม เจริญนคร ไอคอนิค Rhythm Charoennakhon Iconic แฟลกชิปลักชัวรีคอนโดพร้อมอยู่ วิวแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงข้าม ICONSIAM เพียง 100 ม.* จาก BTS เจริญนคร เริ่ม 5.9 ล้าน*
Written by : Pure Thitapa
สวัสดีค่ะ คุณผู้อ่าน Condonayoo วันนี้เราจะพาไปชมโครงการ “RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค” แฟลกชิปลักชัวรีคอนโดพร้อมอยู่ วิวแม่น้ำเจ้าพระยา โปรเจกต์ร่วมทุนโครงการที่ 23 ระหว่างบริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท มิตซูบิชิ เอสเตท จำกัด (มหาชน)
ตัวโครงการตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนเจริญนคร แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน กทม. ใจกลาง The Center of River CBD ตรงข้าม ICONSIAM และใกล้ BTS เจริญนคร (สายสีทอง) เพียง 100 ม.* เชื่อมต่อเข้าสู่ย่านธุรกิจสำคัญอย่างสาทร-สีลมได้สะดวกรวดเร็ว พร้อมรายล้อมด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์และโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา
ริธึ่ม เจริญนคร ไอคอนิค เป็นคอนโด High-Rise สูง 29 ชั้น จำนวน 1 อาคาร บนที่ดินขนาด 4-0-86.4 ไร่ พัฒนาภายใต้อัตลักษณ์ “The Rarity of Urban River-Formed Living: From River Sight to River Senses” ที่นำเสน่ห์ของย่านเจริญนครและสุนทรียภาพของสายน้ำมาหลอมรวมเข้ากับงานออกแบบ ยกระดับจากการอยู่อาศัยที่เพียงมองเห็นวิวโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา สู่การสัมผัสบรรยากาศของสายน้ำที่ถูกถ่ายทอดผ่านรายละเอียดและพื้นที่ต่าง ๆ ภายในโครงการ
ภายในโครงการมีห้องชุดพักอาศัยทั้งหมด 577 ยูนิต พร้อมที่จอดรถ 60% ไม่รวมจอดซ้อนคัน โดยส่วนพักอาศัยเริ่มตั้งแต่ชั้น 6-27 มีห้องพักให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ตอบโจทย์ตั้งแต่การอยู่อาศัยคนเดียว คู่รัก ไปจนถึงครอบครัว
ห้องพักแบบ Simplex อยู่บนชั้น 6-22 มีให้เลือกทั้ง 1 Bedroom, 1 Bedroom Plus, 2 Bedroom 2 Bathroom และ 3 Bedroom 3 Bathroom พื้นที่ใช้สอยประมาณ 35-130 ตร.ม.
ส่วนชั้น 23-27 จะเป็นห้องพักรูปแบบ Vertiplex Double Volume ความสูง 4.45 ม. พื้นที่ชั้นล่างประมาณ 35-127.5 ตร.ม. โดยขายแบบ Fully Fitted พร้อมเครื่องปรับอากาศและ Digital Door Lock ปัจจุบันโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมเข้าอยู่เรียบร้อยแล้วค่ะ
สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการจัดมาให้ครบครัน พร้อมสะท้อนนิยามของแบรนด์ “RHYTHM is in the Details” ผ่านงานออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Japanese–Italian Craftsmanship ผสมผสานความเรียบง่ายและความพิถีพิถันเข้ากับความหรูหราเหนือกาลเวลา ควบคู่ไปกับฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง
พื้นที่ส่วนกลางรวมกว่า 3.3 ไร่ พร้อม Sky Facilities บนชั้น 28-29 ที่เปิดรับวิวแม่น้ำเจ้าพระยาและ Bangkok Skyline แบบ Panorama สามารถชมบรรยากาศริมแม่น้ำและวิวพลุในช่วงเทศกาลสำคัญได้จากมุมสูง
ไฮไลต์ประกอบด้วย River Hydro Pool สระว่ายน้ำระบบเกลือความยาวกว่า 40 ม. ที่เปิดรับวิวแม่น้ำเจ้าพระยา, Artistic Pavilion พื้นที่พักผ่อนท่ามกลางงานศิลปะ Modern Art, The Grand Yacht Lounge พื้นที่พักผ่อนที่ได้แรงบันดาลใจจากเรือยอร์ช, Private Club พร้อม Iconic Bar ที่ตกแต่งด้วยหินธรรมชาติ
Sky Living Room สำหรับพักผ่อนและนั่งทำงาน และ Private Gym พร้อมอุปกรณ์ออกกำลังกายจากแบรนด์ชั้นนำ โดยแต่ละพื้นที่เชื่อมโยงงานดีไซน์เข้ากับบรรยากาศและวิวแม่น้ำเจ้าพระยา รองรับทั้งการพักผ่อน การทำงาน และการออกกำลังกายในชีวิตประจำวัน
นอกจากนี้ ยังมี Private Sanctuary Yard & Wharf Yard Garden ที่ชั้น 1 บริเวณด้านหน้าโครงการ และ Yacht Garden Terrace บนชั้น 6 วิว ICONSIAM ที่เป็นพื้นที่สำหรับพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ให้การใช้ชีวิตภายในโครงการมีความสะดวกและเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น
สำหรับราคาขายในปัจจุบัน ห้องแบบ 1 Bedroom เริ่มต้น 5.9 ล้านบาท* และ 1 Bedroom Plus เริ่มต้น 7.9 ล้านบาท* (ต.ค. 69)
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ คลิก : https://apthai.ly/OTiZSq
| ชื่อโครงการ | ริธึ่ม เจริญนคร ไอคอนิค Rhythm Charoennakhon Iconic |
| เจ้าของโครงการ | บมจ.เอพี ไทยแลนด์ / AP Thailand |
| เนื้อที่ทั้งหมด | 4-0-86.4 ไร่ |
| จำนวนตึก | 1 อาคาร |
| จำนวนชั้น | 29 ชั้น |
| จำนวนห้อง |
|
| ลักษณะห้องและขนาดห้อง | ห้องชุดแบบ Simplex : เริ่มชั้น 6-22
ห้องชุดแบบ Vertiplex : เริ่มชั้น 23-27
|
| ที่จอดรถทั้งหมด | ที่จอดรถประมาณ 347 คัน ชั้น 1-5 (คิดเป็น 60% รวม EV Parking 11 คัน) |
| จำนวนลิฟต์ |
|
| โซน | เขตคลองสาน |
| เส้นทางคมนาคม |
|
| ที่ตั้ง | ถนนเจริญนคร แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน กทม. |
| กำหนดการ | n/a |
| ปีที่สร้างเสร็จ | ปี 2569 |
| ราคา | เริ่ม 5.9 ล้านบาท* (ต.ค. 69) |
| ราคาเฉลี่ยต่อ ตร.ม | ประมาณ 170,000 บาท/ ตร.ม.* (ต.ค. 69) |
| ค่าส่วนกลางและกองทุน |
|
| สถานที่สำคัญใกล้เคียง | ศูนย์การค้า
ตลาด และอื่น ๆ
สถานศึกษา
โรงพยาบาล
อาคารสำนักงาน และหน่วยงานอื่น ๆ
**ระยะทางวัดจากโครงการสู่จุดหมาย โดยถนนที่ใกล้ที่สุด** |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ชั้น G
ชั้น 6
ชั้น 28
ชั้น 29
ระบบรักษาความปลอดภัย
|
| Tel | 1623 |
| Line | https://apthai.ly/pNTE0v |
| Website | https://apthai.ly/OTiZSq |
ถนนเจริญนคร แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน กทม.
พิกัดโครงการ : https://maps.app.goo.gl/W2XHUscouGKNGwBJ6
RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค ตั้งอยู่บนที่ดินขนาดกว่า 4 ไร่ ติดถนนเจริญนคร แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน กทม. หนึ่งในทำเลริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีศักยภาพสูงของกรุงเทพฯ และมีความโดดเด่นในแง่ของความหายากของที่ดิน โดยเฉพาะที่ดินแปลงใหญ่ติดถนนสายหลักในย่านเจริญนคร ซึ่งปัจจุบันมีข้อจำกัดในการพัฒนาโครงการใหม่มากขึ้น โครงการจึงได้ข้อได้เปรียบจาก Location ที่อยู่ใจกลาง The Center of River CBD พร้อมตำแหน่งที่ตั้งตรงข้าม ICONSIAM และใกล้ BTS สถานีเจริญนคร เพียง 100 ม.* เท่านั้น
“เจริญนคร” ถือเป็นอีกหนึ่งทำเลสำคัญของกรุงเทพฯ ฝั่งธนบุรีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จากย่านที่อยู่อาศัยเก่าแก่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา สู่พื้นที่ที่ผสมผสานทั้ง Residential, Lifestyle, Hospitality และ Commercial เข้าไว้ด้วยกัน โดยมี ICONSIAM เป็นแลนด์มาร์กระดับ Global Destination ของย่าน พร้อมด้วยโรงแรมระดับ Luxury, ที่พักอาศัยระดับ High-end, ร้านอาหาร และแหล่งไลฟ์สไตล์อีกหลากหลายแห่ง ทำให้การอยู่อาศัยบนเจริญนครสามารถตอบโจทย์ชีวิตประจำวันได้ครบในพื้นที่ใกล้บ้าน
จุดแข็งอีกด้านคือ แม้โครงการจะตั้งอยู่บนฝั่งธนบุรี แต่ตำแหน่งของเจริญนครอยู่ใกล้กับศูนย์กลางเศรษฐกิจฝั่งพระนคร โดยเฉพาะ CBD สาทร-สีลม สามารถเชื่อมต่อข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าสู่ใจกลางเมืองได้สะดวก จึงเป็นทำเลที่ได้ทั้งบรรยากาศการอยู่อาศัยริมแม่น้ำ และความใกล้ชิดกับแหล่งงานสำคัญของกรุงเทพฯ ในเวลาเดียวกัน
อีกหนึ่งแต้มต่อสำคัญคือโครงข่ายรถไฟฟ้า โดยโครงการอยู่ใกล้ BTS สถานีเจริญนคร เพียง 100 ม.* ซึ่งช่วยเชื่อมต่อไปยังสถานีกรุงธนบุรีและรถไฟฟ้า BTS ได้สะดวก รองรับทั้งการเดินทางเข้าสาทร-สีลม รวมถึงการเดินทางต่อไปยังพื้นที่อื่น ๆ ของกรุงเทพฯ ได้คล่องตัวมากขึ้น ส่วนรายละเอียดเส้นทางรถไฟฟ้าและการเดินทางด้วยรถยนต์ เดี๋ยวเราจะพาไปดูกันแบบเจาะลึกในหัวข้อการเดินทางค่ะ
ในแง่ของการใช้ชีวิต ตัวโครงการอยู่ตรงข้าม ICONSIAM จึงสามารถเข้าถึงแหล่ง Shopping, ร้านอาหาร, Supermarket, Entertainment และบริการต่าง ๆ ได้ง่าย นอกจากนี้ ในย่านเจริญนครยังมี ICS รวมถึงร้านอาหารท้องถิ่นชื่อดังและโรงแรมระดับ 5 ดาวหลายแห่ง ทำให้พื้นที่รอบโครงการมีความคึกคักและรองรับไลฟ์สไตล์ได้หลากหลาย ตั้งแต่การใช้ชีวิตประจำวันไปจนถึงการพักผ่อนในวันหยุด
ด้วยองค์ประกอบของทำเลที่อยู่ตรงข้าม ICONSIAM ใกล้รถไฟฟ้าเพียง 100 ม.* และอยู่ในโซน River CBD ที่เชื่อมต่อกับสาทร-สีลมได้สะดวก จึงทำให้ RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค มีจุดเด่นทั้งในมิติของการอยู่อาศัยจริงและการถือครองอสังหาฯ ระยะยาว โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มองหาที่อยู่อาศัยระดับ Luxury บนทำเลริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีจำนวนที่ดินสำหรับพัฒนาโครงการใหม่ค่อนข้างจำกัด ซึ่งทาง AP เองวางตำแหน่งโครงการให้รองรับทั้งกลุ่ม Real Demand และ Long-term Investment เช่นกัน
การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว : โครงการตั้งอยู่ติดถนนเจริญนคร ฝั่งมุ่งหน้าไปทางลาดหญ้า ทางเข้า-ออกหลักของโครงการอยู่ใกล้กับสะพานลอยคนข้าม เชื่อมไปยังฝั่งคลองสาน และ ICONSIAM ส่วนอีกด้านของโครงการจะอยู่ติดกับ B-Quik สาขาเจริญนคร-คลองสาน ทำให้สังเกตตำแหน่งโครงการได้ง่าย
จากโครงการจะอยู่ใกล้จุดกลับรถทั้งขาไปและขากลับ สามารถเดินทางไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ของฝั่งธนบุรีได้สะดวก และมีเส้นทางรองให้เลือกใช้หลายเส้น ไม่ว่าจะเป็นถนนลาดหญ้า, ถนนท่าดินแดง และถนนสมเด็จเจ้าพระยา ซึ่งสามารถใช้เชื่อมต่อไปยังถนนประชาธิปกได้
จากถนนประชาธิปก สามารถเชื่อมต่อไปยังถนนอิสรภาพและถนนอรุณอมรินทร์ หรือข้ามสะพานพระปกเกล้าเข้าสู่ฝั่งพระนคร ไปยังย่านสำเพ็ง, พาหุรัด, เยาวราช และเจริญกรุงได้สะดวก ทำให้จากโครงการสามารถเดินทางข้ามฝั่งไปยังย่านเมืองเก่าและแหล่งการค้าสำคัญของกรุงเทพฯ ได้ในระยะไม่ไกล
สำหรับการเดินทางออกไปทางฝั่งเพชรเกษม สามารถใช้ถนนเจริญรัถ มุ่งหน้าไปยังวงเวียนใหญ่ ก่อนเชื่อมเข้าสู่ถนนเพชรเกษม ซึ่งเป็นถนนสายหลักของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก เชื่อมต่อกับถนนสำคัญหลายสาย ทั้งถนนเทอดไท, ถนนราชพฤกษ์, ถนนกัลปพฤกษ์, ถนนกาญจนาภิเษก รวมถึงถนนพุทธมณฑลสายต่าง ๆ ได้
ส่วนการเดินทางเข้าเมืองชั้นในและโซน CBD สาทร-สีลม ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของทำเลนี้ จากโครงการสามารถใช้ถนนเจริญนคร มุ่งหน้าไปเชื่อมกับถนนกรุงธนบุรี ก่อนข้ามสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินเข้าสู่ถนนสาทรใต้ และเดินทางต่อไปยังถนนสีลมได้ โดยในช่วงการจราจรปกติใช้เวลาจากโครงการประมาณ 5-15 นาที*
จากสาทรและสีลมยังสามารถเชื่อมต่อไปยังถนนพระราม 4, สวนลุมพินี, ราชดำริ, ชิดลม, เพลินจิต และพื้นที่เขตปทุมวันได้ต่อเนื่อง ทำให้เดินทางไปยังศูนย์การค้าขนาดใหญ่, อาคารสำนักงานชั้นนำ, สถานศึกษาบนแนวสาทร รวมถึงโรงพยาบาลชั้นนำใจกลางเมืองได้สะดวก โดยสถานที่สำคัญในโซนเหล่านี้จะใช้เวลาเดินทางจากโครงการประมาณ 10-30 นาที* ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจรในแต่ละช่วงเวลาค่ะ
นอกจากถนนสายหลักแล้ว โครงการยังอยู่ไม่ไกลจาก จุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช โดยจุดที่ใกล้โครงการคือ ด่านสุรวงศ์ มีระยะห่างจากโครงการไปประมาณ 3.5 กม.* หรือใช้เวลาขับรถประมาณ 5-15 นาที* สามารถใช้เดินทางเข้าเมืองต่อไปยังโซนดินแดง, พระราม 9 และแจ้งวัฒนะได้สะดวก รวมถึงเชื่อมต่อกับโครงข่ายทางพิเศษสายอื่น ๆ เพื่อเดินทางต่อไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ของกรุงเทพฯ และปริมณฑลได้อีกด้วย
ถัดมาจะเป็น จุดขึ้นทางพิเศษศรีรัช ด่านสาทร สำหรับมุ่งหน้าไปทางพระราม 3 ซึ่งอยู่ห่างจากโครงการประมาณ 3.9 กม.* ใช้เวลาขับรถประมาณ 5-15 นาที* เช่นเดียวกัน ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับคนที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นประจำ ช่วยให้การเดินทางจากเจริญนครไปยังโซนธุรกิจและพื้นที่สำคัญฝั่งพระราม 3 ทำได้สะดวกยิ่งขึ้นค่ะ
การเดินทางโดยรถไฟฟ้าและรถสาธารณะ : มีตัวเลือกให้ใช้งานครบทั้งระบบรถ-เรือ-ราง ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนเมืองได้เป็นอย่างดี โดยจุดเด่นที่สุดคือรถไฟฟ้าสายสีทอง สถานีเจริญนคร ที่ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้า ICS ห่างจากโครงการเพียง 100 ม.* สามารถเดินเท้าไปใช้งานได้สบาย ๆ
จากสถานีเจริญนคร สามารถนั่งรถไฟฟ้าสายสีทองออกไปเชื่อมต่อกับ รถไฟฟ้า BTS สายสีลมได้ที่สถานีกรุงธนบุรี จากนั้นสามารถนั่งตรงเข้าสู่ CBD สาทร-สีลม ต่อเนื่องไปยังสยาม หรือเดินทางออกไปทางฝั่งธนบุรีจนถึงบางหว้าได้สะดวก ช่วยให้การเดินทางเข้า-ออกเมืองในชีวิตประจำวันทำได้ง่ายโดยไม่จำเป็นต้องใช้รถยนต์ส่วนตัว
สำหรับรถสาธารณะบนถนนเจริญนคร บริเวณด้านหน้าศูนย์ B-Quik เจริญนคร-คลองสาน ที่อยู่ติดกับโครงการ จะมีป้ายรถประจำทางให้ใช้งาน มีรถเมล์วิ่งผ่านมากกว่า 10 สาย หลายสายเป็นเส้นทางระยะไกล สามารถใช้นั่งต่อไปยังย่านและสถานที่สำคัญต่าง ๆ รอบกรุงเทพฯ ได้
นอกจากนี้ บนถนนเจริญนครยังมีรถสองแถวและรถกะป้อวิ่งให้บริการหลายสาย ครอบคลุมทั้งฝั่งขาเข้าและขาออก ส่วนการเดินทางระยะสั้นก็มีทั้ง TukTuk, Taxi และมอเตอร์ไซค์รับจ้างวิ่งผ่านตลอดทั้งวัน ทำให้การเดินทางไปยังสถานที่ใกล้เคียงมีตัวเลือกค่อนข้างหลากหลาย
อีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจของทำเลริมแม่น้ำเจ้าพระยา คือการเดินทางด้วยเรือ โดยโครงการอยู่ใกล้ท่าเรือ ICONSIAM ประมาณ 400 ม.* สามารถใช้บริการเรือข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปยังฝั่งเจริญกรุงได้ และยังอยู่ใกล้ ท่าเรือคลองสาน ประมาณ 500 ม.* ซึ่งมีเรือโดยสารให้เลือกใช้งาน เพิ่มความคล่องตัวในการเดินทางข้ามฝั่งและช่วยเลี่ยงการจราจรบนถนนในช่วงเวลาเร่งด่วนได้อีกทางค่ะ
สถานที่สำคัญใกล้โครงการ : เรียกได้ว่ารายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบทุกมิติ และเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งของการอยู่อาศัยบนทำเลเจริญนคร เพราะนอกจากสิ่งอำนวยความสะดวกบนฝั่งธนบุรีแล้ว ยังสามารถข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปใช้ชีวิตฝั่งเจริญกรุง-บางรักได้ง่าย ทำให้ Shopping, ร้านอาหาร, โรงเรียน, มหาวิทยาลัย, รพ. และแหล่งงานสำคัญอยู่ไม่ไกลจากโครงการ
เริ่มจาก Lifestyle ที่โดดเด่นที่สุด โครงการตั้งอยู่ตรงข้าม ICONSIAM, ICS และ Lotus’s Privé ในระยะเพียง 100 ม.* เรียกว่าออกจากโครงการก็สามารถเดินไป Shopping, ทานอาหาร, ซื้อของเข้าบ้าน หรือใช้บริการต่าง ๆ ได้สะดวกมาก ภายในโซนเดียวกันมีทั้งร้านอาหาร, Cafe, Supermarket, Cinema, Fitness รวมถึงร้านค้าและบริการระดับพรีเมียมจำนวนมาก จึงแทบจะเป็นพื้นที่ Lifestyle ขนาดใหญ่ที่อยู่หน้าบ้านเลยก็ว่าได้
ขณะเดียวกัน การอยู่ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยายังทำให้ข้ามไปใช้ชีวิตฝั่งเจริญกรุงได้ง่าย จากท่าเรือ ICONSIAM สามารถข้ามไปยัง River City Bangkok รวมถึง Warehouse 30 และตลาดน้อยได้ในระยะประมาณ 400 ม.* ฝั่งนี้จะได้บรรยากาศที่แตกต่างออกไป มีทั้ง Art Gallery, Cafe, ร้านอาหาร และพื้นที่ Creative District เหมาะสำหรับมาเดินเล่น หาอะไรทาน หรือพักผ่อนในวันหยุด
ส่วนฝั่งเจริญนครเองก็มี Vue เจริญนคร, Sena Fest เจริญนคร และ Platform วงเวียนใหญ่ หรือข้ามเข้าสู่โซนสีลม-บางรักก็มี Central สีลม, Central บางรัก, Jewelry Trade Center และ King Power Mahanakhon รวมถึง Asiatique The Riverfront, Block 28 และ I’m Park จุฬา ให้เลือกไป Shopping และพักผ่อนได้อีกหลายแห่ง
สายกินและคนที่ชอบบรรยากาศย่านเก่าก็มีตัวเลือกเยอะไม่แพ้กัน ใกล้ ๆ มีตลาดท่าดินแดง ส่วนฝั่งพระนครมีทั้งปากคลองตลาด, เยาวราช (China Town) และตลาดน้อย ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องร้านอาหาร Street Food, ร้านเก่าแก่ และ Cafe อีกมากมาย ทำให้วันธรรมดาหรือวันหยุดก็มีแหล่งกินเที่ยวให้เลือกเปลี่ยนบรรยากาศได้ตลอด
อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจสำหรับครอบครัว คือรายล้อมด้วยสถานศึกษาชั้นนำทั้งหลักสูตรไทยและนานาชาติ ฝั่งธนบุรีมี International Pioneers School (IPS), TSI International School, รร.ศึกษานารี, รร.ซางตาครู้สคอนแวนท์, รร.สวนกุหลาบวิทยาลัย และ ม.ธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์)
ข้ามมายังฝั่งพระนคร-บางรัก-สาทร ก็มีโรงเรียนชื่อดังอีกหลายแห่ง ทั้ง รร.ราชินี, รร.กรุงเทพคริสเตียน, รร.อัสสัมชัญ และ รร.เซนต์หลุยส์ศึกษา รวมถึง Shrewsbury International School และจุฬาฯ ทำให้ทำเลนี้มีตัวเลือกด้านการศึกษาค่อนข้างหลากหลาย ตั้งแต่ระดับโรงเรียนไปจนถึงมหาวิทยาลัย รองรับครอบครัวที่มีบุตรหลานได้เป็นอย่างดี
ด้านการแพทย์ก็ถือว่าสะดวกมาก เพราะมี รพ.ขนาดใหญ่อยู่ใกล้โครงการถึง 2 แห่ง ได้แก่ รพ.ตากสิน เพียง 280 ม.* และ รพ.สมเด็จเจ้าพระยา เพียง 300 ม.* นอกจากนี้ ยังเดินทางไป รพ.เลิดสิน, รพ.สมิติเวช ธนบุรี, รพ.เซนต์หลุยส์, รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า และ รพ.สมิติเวช ไชน่าทาวน์ ได้ไม่ไกล รองรับทั้งการรักษาทั่วไปและกรณีฉุกเฉินได้อุ่นใจ
สำหรับคนทำงาน ทำเลนี้ยังอยู่ใกล้แหล่งงานทั้ง 2 ฝั่งแม่น้ำ ใกล้สำนักงานเขตคลองสาน ส่วนฝั่งเจริญกรุง-บางรักมีทั้งไปรษณีย์กลางบางรัก, อาคารโทรคมนาคม (NT) และกรมเจ้าท่า รวมถึงสามารถเชื่อมต่อไปยังกลุ่มอาคารสำนักงานใน CBD สาทร-สีลมได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็น Chartered Square, State Tower, Gems Tower และ Central Silom Tower
จุดเด่นของทำเลนี้จึงไม่ได้มีเพียงการอยู่ตรงข้าม ICONSIAM เท่านั้น แต่ยังได้ประโยชน์จากตำแหน่งที่เชื่อมเจริญนคร-คลองสาน เข้ากับเจริญกรุง-บางรัก และ CBD สาทร-สีลม ทำให้ทั้งแหล่ง Shopping, ร้านอาหาร, สถานศึกษา, รพ. และแหล่งงานสำคัญอยู่ใกล้ตัว รองรับการใช้ชีวิตได้ครบทั้งวันทำงานและวันพักผ่อนค่ะ
**ระยะทางวัดจากโครงการสู่จุดหมายโดยถนนที่ใกล้ที่สุด**
พิกัดโครงการ : https://maps.app.goo.gl/W2XHUscouGKNGwBJ6
การเดินทางเริ่มจาก ถนนราชพฤกษ์ ⇒ ถนนกรุงธนบุรี ⇒ ถนนเจริญนคร ⇒ แยกเจริญนครใต้ ⇒ 700 ม.* ถึงโครงการ RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค ทางฝั่งซ้ายมือ
ภาพประกอบการเดินทาง วันนี้เราเดินทางมาจากถนนราชพฤกษ์ มุ่งหน้าเข้าเมือง ขับตรงไปตามป้ายไปสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าค่ะ
ขึ้นทางต่างระดับสวนเลียบไป แล้วขับตรงไปตามป้ายไปถนนรัชดาภิเษก-สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า
ข้ามทางต่างระดับมาแล้ว ขับตรงไปตามแนวรถไฟฟ้า BTS
ผ่าน BTS โพธิ์นิมิตรไป
ตรงมาจะเชื่อมกับถนนกรุงธนบุรี และผ่าน BTS วงเวียนใหญ่ไปค่ะ
พอเราผ่านสถานีวงเวียนใหญ่มาแล้ว ให้ชิดซ้าย เพื่อเบี่ยงออกทางคู่ขนาน
ออกมายังทางคู่ขนาน ถนนกรุงธนบุรี
ผ่านรถไฟฟ้า BTS สถานีกรุงธนบุรี
ถัดมาจะเจอกับบันไดทางขึ้นรถไฟฟ้าสายสีทอง สถานีกรุงธนบุรีค่ะ
จากนั้นให้เลี้ยวซ้ายไปเชื่อมกับถนนเจริญนคร
ตรงมาจนเจอกับแยกเจริญนครใต้ แล้วเลี้ยวซ้ายไป
จากแยกเจริญนครใต้ ขับตรงไปประมาณ 700 ม.*
ขับตรงต่อไปบนถนนเจริญนคร ฝั่งมุ่งหน้าไป ICONSIAM
จากนั้นเราจะผ่านรถไฟฟ้าสายสีทอง สถานีเจริญนคร ซ้ายมือเป็นห้าง ICS ส่วนขวามือจะเป็น ICONSIAM
ขับตรงมาประมาณ 100 ม.* ถึงโครงการ RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค ทางฝั่งซ้ายมือค่ะ
ด้านหน้าโครงการ RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค
ภาพมุมสูงที่ดินโครงการ RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค ตั้งอยู่บนที่ดินรูปตัว L มีเนื้อประมาณ 4 ไร่ เดิมเป็นที่ตั้งของบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ ความสูง 2-3 ชั้น พร้อมพื้นที่จอดรถ ก่อนนำมาพัฒนาเป็นโครงการ Luxury Condominium ภายใต้แบรนด์ RHYTHM ที่ตั้งใจให้เป็นอีกหนึ่ง Iconic Landmark แห่งใหม่ของฝั่งธนบุรี
ตัวโครงการพัฒนาเป็นอาคาร High-Rise สูง 29 ชั้น จำนวน 1 อาคาร ประกอบด้วยห้องพักอาศัย 577 ยูนิต และร้านค้า 1 ยูนิต พร้อมยกพื้นที่ส่วนกลางหลักขึ้นไปไว้บริเวณชั้น 28-29 เปิดรับมุมมองเมืองและบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยาจากมุมสูง
จุดเด่นของที่ดินแปลงนี้คือ Location ที่อยู่ตรงข้ามกับ The Residences at Mandarin Oriental และ ICONSIAM หนึ่งในแลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ขณะที่ฝั่งเดียวกับโครงการและเดินต่อไปไม่ไกลจะเป็น ICS ซึ่งเป็นศูนย์การค้าในเครือ ICONSIAM และภายในยังมี Lotus’s Privé รองรับการ Shopping และการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวก
นอกจากนี้ บริเวณด้านหน้า ICONSIAM และ ICS ยังมีรถไฟฟ้าสายสีทอง สถานีเจริญนคร เชื่อมพื้นที่เข้ากับสถานีกรุงธนบุรีและ BTS สายสีลม ช่วยให้ทำเลของโครงการได้ทั้งความสะดวกจากศูนย์การค้าขนาดใหญ่ในระยะเดิน และการเชื่อมต่อเข้าสู่ CBD สาทร-สีลมได้ง่ายค่ะ
รอบโครงการ
พาเดินดูบรรยากาศรอบ ๆ โครงการกันต่อค่ะ โดยตัวโครงการจะอยู่ติดกับถนนเจริญนคร ฝั่งมุ่งหน้าไป รพ.ตากสิน
ด้านหน้าโครงการมีทางเท้าขนาดใหญ่ให้เดินไป ICS, ICONSIAM และรถไฟฟ้าสายสีทองได้สะดวก
ด้านหน้า B-Quik จะมีป้ายรถเมล์ให้ใช้งาน


ผ่าน B-Quik ขึ้นไป ซ้ายมือจะเป็นจุดกลับรถ และทางเข้า ICONSIAM
ตรงมาจะเจอกับอาคารพาณิชย์ริมถนนเจริญนคร ที่เปิดเป็นร้าน Bru-Sembly ร้าน Breakfast & Brunch และร้านนวดแผนไทย
ตรงไปจะเจอกับซอยเจริญนคร 2 ริมถนนบริเวณนี้ก็จะเป็นร้านนวดเช่นกันค่ะ
มองไปด้านหน้าจะเห็นสถานีรถไฟฟ้าสายสีทอง เจริญนคร
มีวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างใกล้ ๆ ให้ใช้งานอยู่ตรงหน้าซอยเจริญนคร 4
ถัดมาจะมี SPA และร้านนวดเปิดอยู่อีกค่ะ
ด้านหน้าจะเป็นที่ตั้งของ ICS และสถานีรถไฟฟ้า ซึ่งอยู่ห่างจากโครงการมาแค่ 100 ม.*
ทางขึ้นสถานีรถไฟฟ้า
ด้านหน้าห้าง ICS จะมี Food Court มีร้านอาหารเปิดขายเยอะมาก ๆ และที่สำคัญจะมี Supermarket ระดับพรีเมียมเปิดอยู่ด้วย
บรรยากาศด้านบนสถานีรถไฟฟ้า
ด้านบนสถานีรถไฟฟ้าจะมีทางเดินเชื่อมต่อกับ ICS และ ICONSIAM ได้ด้วยค่ะ
จากหน้าโครงการเดินไปทางฝั่งเจริญรัถกันบ้างค่ะ โดยหน้าโครงการนี้จะมีสะพานลอยให้ใช้ข้ามไปฝั่งตรงข้ามได้สะดวก
ใกล้กับโครงการจะเปิดเป็นร้านทำเล็บ
มองไปฝั่งตรงข้ามจะเป็นที่ตั้งของ The Residences at Mandarin Oriental
ตรงขึ้นมาจะเจอกับ 7-Eleven ที่ด้านหน้ามีตู้ ATM ให้บริการด้วย
มองไปทางขวามือจะเป็นทางเข้าสู่ท่าเรือคลองสานค่ะ
ส่วนด้านหน้าจะเป็นทางม้าลาย และถนนเจริญรัถ
บรรยากาศภายในถนนเจริญรัถ จะมีร้านอาหาร คาเฟ่เก๋ ๆ เปิดอยู่ช่วงต้นซอยเยอะค่ะ
RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค เป็นคอนโด High-Rise สูง 29 ชั้น จำนวน 1 อาคาร พัฒนาบนที่ดินขนาด 4-0-86.4 ไร่ มีห้องชุดพักอาศัยทั้งหมด 577 ยูนิต พร้อมที่จอดรถประมาณ 60% ไม่รวมจอดซ้อนคัน โดยพื้นที่พักอาศัยจะอยู่ตั้งแต่ชั้น 6-27 พร้อมห้องพักหลากหลายรูปแบบ รองรับตั้งแต่การอยู่อาศัยคนเดียว คู่รัก ไปจนถึงครอบครัวที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่
สำหรับชั้น 6-22 จะเป็นห้องพักแบบ Simplex มีให้เลือกตั้งแต่ 1 Bedroom, 1 Bedroom Plus, 2 Bedroom 2 Bathroom และ 3 Bedroom 3 Bathroom พื้นที่ใช้สอยประมาณ 35-130 ตร.ม.
ส่วนชั้น 23-27 เพิ่มความพิเศษด้วยห้องพักแบบ Vertiplex ที่ออกแบบ Living Area เป็น Double Volume ฝ้าเพดานสูงถึง 4.45 ม. ช่วยเพิ่มความโปร่งโอ่อ่าและสร้างมิติให้กับพื้นที่ภายในห้องได้อย่างชัดเจน โดยมีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 35-127.5 ตร.ม.
ด้านพื้นที่ส่วนกลางของโครงการมีขนาดรวมกว่า 1,360 ตร.ม. กระจายอยู่ในหลายชั้นและแบ่งฟังก์ชันไว้อย่างหลากหลาย ทั้งพื้นที่พักผ่อน พื้นที่ทำงาน ออกกำลังกาย และพื้นที่สำหรับพบปะสังสรรค์ โดยแต่ละโซนได้รับการออกแบบให้มี Character และบรรยากาศที่แตกต่างกัน เพื่อรองรับการใช้งานของลูกบ้านในแต่ละช่วงเวลาและไลฟ์สไตล์ค่ะ
ด้านงานสถาปัตยกรรม โครงการพัฒนาภายใต้อัตลักษณ์ “The Rarity of Urban River-Formed Living: From River Sight to River Senses” และแนวคิด Iconic Design โดยนำ Movement และความลื่นไหลของแม่น้ำเจ้าพระยามาตีความเป็น “เส้นสายโค้งมน” ซึ่งกลายเป็นภาษาหลักของงานออกแบบ
แนวคิดนี้ถูกถ่ายทอดตั้งแต่รูปทรงอาคาร เส้นสายบน Facade ไปจนถึงงาน Interior และพื้นที่ส่วนกลาง ทำให้ Architecture และ Interior เชื่อมโยงต่อเนื่องกันเป็น Concept เดียว พร้อมยกระดับจากการอยู่อาศัยที่เพียงมองเห็นวิวแม่น้ำ สู่การนำบรรยากาศและสุนทรียภาพของสายน้ำเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ภายในโครงการ
ตัวอาคารยังถูกออกแบบให้มีเอกลักษณ์ในหลายระดับ ตั้งแต่รายละเอียดบริเวณทางเข้าที่สัมผัสได้ในระดับสายตา ไปจนถึงเส้นสายบริเวณส่วนยอดอาคารที่มองเห็นได้จากระยะไกล ช่วยสร้าง Character ให้ RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค มีภาพจำที่ชัดเจนบน Skyline ของย่านเจริญนคร
ส่วนงานออกแบบภายใน โครงการนำแรงบันดาลใจจาก Japanese – Italian Craftsmanship มาผสมผสานเข้าด้วยกัน ถ่ายทอดออกมาเป็นงานดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์ เน้นทั้งความสวยงาม รายละเอียดของวัสดุ และฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตระดับบน
มาดูแปลนอาคารชั้น 1 กันต่อค่ะ ชั้นนี้จะเป็นพื้นที่สำหรับ Main Lobby และ Facilities ส่วนแรกของโครงการ โดยทางเข้า-ออกหลักสำหรับรถยนต์จะอยู่ทางฝั่งขวามือของแปลน เชื่อมเข้าสู่ถนนภายในโครงการและวนไปยังพื้นที่ Drop-Off ด้านหน้า Lobby เพื่อรับ-ส่งลูกบ้านและผู้มาติดต่อ ก่อนเชื่อมต่อไปยังพื้นที่จอดรถบริเวณด้านหลังและด้านข้างอาคาร
เมื่อเข้าสู่ตัวอาคารจาก Drop-Off จะเจอกับ Welcome Foyer เชื่อมต่อเข้าสู่ Main Lobby ขนาดใหญ่ พร้อมจัด Lobby Lounge สำหรับนั่งพักผ่อนและรับรองแขก ใกล้กันมี Co-Working Space รองรับการนั่งทำงาน อ่านหนังสือ หรือเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งทำงานนอกห้องพัก
ถัดเข้ามาด้านในจะมี Juristic Office, Mail Room, Shop และห้องน้ำส่วนกลาง แยกเป็นสัดส่วน ส่วนโถงลิฟต์พักอาศัยอยู่ทางฝั่งซ้ายของอาคาร จัดลิฟต์โดยสารมาให้ 6 ตัว ช่วยรองรับการใช้งานของลูกบ้านในช่วงเวลาเร่งด่วนได้ดี
พื้นที่ภายนอกอาคารฝั่งหน้าโครงการจัดเป็นสวนส่วนกลางขนาดใหญ่ เชื่อมต่อจาก Main Lobby ออกไปยังพื้นที่สีเขียวได้โดยตรง ภายในแบ่งเป็น Wharf Yard Garden และ Private Sanctuary Yard ซึ่งออกแบบให้มีบรรยากาศเป็นส่วนตัว เหมาะสำหรับออกมานั่งพักผ่อนท่ามกลางสวน นอกจากนี้ยังมี Walkable Entrance แยกสำหรับคนเดิน เชื่อมเข้าสู่พื้นที่สวนและ Lobby โดยไม่ต้องใช้ทางร่วมกับรถยนต์ค่ะ
บริเวณด้านหน้า Main Entrance และ Walkable Entrance ติดตั้งป้ายชื่อโครงการขนาดใหญ่ มองเห็นได้อย่างชัดเจน ผนังตกแต่งด้วยกระเบื้องลายหินอ่อน ตัดกับหลังคาสแตนเลสสีเทา ให้ภาพลักษณ์เรียบหรูและทันสมัย พร้อมจัดสวนไม้พุ่มประดับบริเวณทางเดินเท้า เพิ่มความสวยงามให้กับพื้นที่ด้านหน้าโครงการ
ทางเข้า-ออกรถยนต์เชื่อมต่อโดยตรงจากถนนเจริญนคร พื้นถนนปูกระเบื้องสลับโทนสีเทาเข้มและเทาอ่อนต่อเนื่องเข้าไปจนถึง Drop-off ด้านใน สองข้างทางจัด Landscape ด้วยไม้พุ่มและต้นไม้หลากหลายระดับ ช่วยสร้างความร่มรื่นตลอดเส้นทางเข้าสู่ตัวอาคารค่ะ
เข้ามาภายในโครงการจะเจอกับระบบ Double Gate โดยในช่วงกลางวันกั้นทางเข้า-ออกด้วยไม้กระดกอัตโนมัติ และมีประตูรั้วเลื่อนอัตโนมัติสำหรับปิดในช่วงเวลากลางคืน เพิ่มความปลอดภัยอีกชั้น ลูกบ้านสามารถขับรถเข้า-ออกได้สะดวกผ่านระบบ KATSAN ที่ทำงานร่วมกับระบบจดจำป้ายทะเบียนรถยนต์
ผ่านระบบ KATSAN เข้ามา จะเจอกับถนนภายในโครงการ ขับตรงไปตามทางจะเชื่อมกับที่จอดรถในอาคาร
ภายในอาคารจะมีช่องจอด EV Charger สำหรับผู้ที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้าให้ทั้งหมด 5 ช่อง และอีก 6 ช่องจอด สามารถ Access จากด้านหลังอาคาร และยังเป็นที่จอดในร่มอยู่ค่ะ
ที่จอดรถในอาคารจะเริ่มที่ชั้น 2-ชั้น 5 คิดเป็น 60% ไม่รวมจอดซ้อนคัน แต่ละชั้นจะมีทางเชื่อมกับ Lobby และลิฟต์โดยสารได้
กลับมาที่บริเวณทางเข้าโครงการ มองไปทางขวามือจะเป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่บริเวณชั้น 1 ซึ่งจัดพื้นที่พักผ่อนแยกออกเป็นหลายโซนค่ะ


ตรงเข้ามาจะเจอกับสวนที่ออกแบบภายใต้แนวคิด The Arrival Experience ให้การเดินทางกลับเข้าสู่โครงการเปรียบเสมือนช่วง Transition จากความเคลื่อนไหวของเมืองภายนอก ค่อย ๆ เปลี่ยนเข้าสู่พื้นที่พักอาศัยที่มีความสงบและเป็นส่วนตัวมากขึ้น
ส่วนแรกจัดเป็น Private Sanctuary Yard โดยนำองค์ประกอบจากธรรมชาติเข้ามาใช้ในการออกแบบ ทั้งต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงา เสียงของน้ำ และวัสดุที่มีผิวสัมผัสเป็นธรรมชาติ ช่วยสร้างพื้นที่คั่นกลางระหว่างถนนด้านนอกกับตัวอาคาร ก่อนเชื่อมต่อเข้าสู่พื้นที่พักอาศัยด้านในค่ะ
ภายในจัดมุมนั่งเล่นพักผ่อนไว้ 2 ฝั่ง โอบล้อมด้วย Landscape พร้อมตกแต่งสวนหินและบ่อน้ำพุบริเวณกึ่งกลาง เพิ่มบรรยากาศที่ผ่อนคลายให้กับพื้นที่ค่ะ
ถัดมาอีกด้านเป็น Wharf Yard Garden พื้นที่พักผ่อนแบบ Outdoor ที่จัดมุมนั่งเล่นกระจายไว้หลายโซน สามารถเลือกใช้งานได้ทั้งแบบส่วนตัวและนั่งพักผ่อนร่วมกัน
ภายในมีทั้ง Daybed สำหรับนั่งเล่นหรือนอนพักผ่อน และเคาน์เตอร์บาร์พร้อมที่นั่งหลายจุด รองรับการออกมานั่งเล่น พูดคุย หรือเปลี่ยนบรรยากาศจากการพักผ่อนภายในห้องพักค่ะ
อีกหนึ่งจุดเด่นคือ Sunken Seat ขนาดใหญ่ จัดเป็นพื้นที่นั่งเล่นแบบลดระดับ รองรับการรวมกลุ่มของลูกบ้าน หรือใช้เป็นพื้นที่สำหรับจัดปาร์ตี้และกิจกรรมแบบ Outdoor ได้
ด้านในยังออกแบบ Ramp สำหรับ Wheelchair และรถเข็นเด็ก ช่วยให้สามารถเข้าถึงและใช้งานพื้นที่สวนได้สะดวกมากขึ้นค่ะ
จาก Ramp บริเวณ Wharf Yard Garden สามารถเชื่อมต่อมายัง Marina Walk และเข้าสู่ Lobby ได้อีกหนึ่งทาง โดยประตูทางเข้าติดตั้งระบบ Face Scan สำหรับลูกบ้าน ช่วยให้เข้า-ออกได้สะดวกและเป็นส่วนตัวค่ะ
ถัดมาบริเวณด้านข้างติดกับถนนภายในโครงการ จะเป็นจุด Drop-off และทางเข้าสู่ Welcome Lobby โดยงานตกแต่งบริเวณชั้นล่างเน้นโทนสีเข้ม กรุด้วยวัสดุลายหินอ่อนสีดำ เสริมด้วยบ่อน้ำพุที่จัดวางต่อเนื่องบริเวณด้านหน้า ช่วยสร้างบรรยากาศที่เรียบหรู และสอดรับกับ Concept ของสายน้ำที่นำมาใช้เป็นองค์ประกอบหลักในการออกแบบโครงการค่ะ
จุด Drop-off สำหรับรับ-ส่งลูกบ้านออกแบบให้อยู่ภายในร่ม ช่วยเพิ่มความสะดวกในการขึ้น-ลงรถได้ในทุกสภาพอากาศ
จาก Drop-off สามารถเดินเข้าสู่ Welcome Lobby ได้โดยตรง ผ่าน Auto Door ที่เปิด-ปิดอัตโนมัติ ใช้งานได้สะดวกค่ะ
เข้ามาบริเวณ Welcome Foyer จะพบกับ Art Piece ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก “คลื่นใยเจริญนคร” เชื่อมโยงเรื่องราวกลับไปยังโรงผ้าและบริบทดั้งเดิมของย่าน ก่อนนำมาตีความใหม่ผ่านงานออกแบบให้เข้ากับพื้นที่พักอาศัยในปัจจุบัน
จาก Welcome Foyer ทางขวามือจะเป็นประตูทางเข้าสู่ Main Lobby โดยใช้ระบบ Face Scan สำหรับควบคุมการเข้า-ออกของลูกบ้านค่ะ
จาก Welcome Foyer ทางขวามือจะเป็นประตูทางเข้าสู่ Main Lobby โดยใช้ระบบ Face Scan สำหรับควบคุมการเข้า-ออกของลูกบ้านค่ะ
Main Lobby Lounge & Co-working Space ออกแบบภายใต้แนวคิด “River Wave Retreat” ถ่ายทอด Character และ Movement ของสายน้ำผ่านเส้นสายและรายละเอียดของงาน Interior โดยมี Feature Water Ribbon Chandelier เป็นองค์ประกอบเด่นที่นำความเคลื่อนไหวของสายน้ำมาตีความในรูปแบบงานตกแต่ง และใช้เป็นจุดนำสายตาหลักของพื้นที่ค่ะ
ภายในแบ่งพื้นที่ใช้งานออกเป็นหลายมุมด้วยฉากกั้น ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวโดยไม่ปิดทึบจนเกินไป แต่ละพื้นที่จึงยังเปิดรับแสงและเชื่อมต่อถึงกัน สามารถใช้งานได้ทั้งการนั่งพักผ่อน พบปะพูดคุย หรือนั่งทำงานในชีวิตประจำวัน
สำหรับ Co-working Space จะแยกพื้นที่ด้วยประตูกระจกบานเฟี้ยม สามารถเปิดเชื่อมกับพื้นที่ด้านนอก หรือปิดเมื่อต้องการความเงียบและสมาธิในการทำงานได้ค่ะ


งาน Interior ยังคงใช้เส้นสายทรงโค้งต่อเนื่องไปกับ Concept หลักของโครงการ พร้อมเลือกใช้วัสดุที่มีรายละเอียดเฉพาะตัว โดยทั้ง Co-working Space และ Main Lobby ใช้ผนังกระจก Full Height สูงถึง 4 ม. ช่วยเปิดรับแสงธรรมชาติและมุมมองภายนอก พร้อมเพิ่มความโปร่งโอ่อ่าให้กับพื้นที่ค่ะ
กลับมาที่ Welcome Foyer หากเดินไปทางซ้ายมือจะเชื่อมต่อกับ Lobby Lounge อีกส่วนหนึ่ง
Lobby Lounge เป็นพื้นที่ต้อนรับที่ถ่ายทอดความลื่นไหลของสายน้ำผ่านเส้นสายและรายละเอียดของงาน Interior สอดรับกับบริบทของโครงการบนทำเลริมแม่น้ำเจ้าพระยา ภายในเลือกใช้วัสดุที่มีเอกลักษณ์ ทั้งกระจกสั่งทำพิเศษ Silk Pattern Glass และงาน Crystal Symphony Craftsmanship ที่นำมาทำงานร่วมกับแสง เมื่อแสงตกกระทบชิ้นงานคริสตัลจะเกิดประกายและมิติที่เปลี่ยนไปตามแสงในแต่ละช่วงเวลาของวันค่ะ
จาก Lobby Lounge อีกด้านจะเชื่อมต่อไปยังพื้นที่ส่วนกลางและทางเข้าสู่ Lift Lobby
บริเวณโถงทางเดินฝั่งซ้ายมือเป็นห้องน้ำส่วนกลาง แยกออกเป็นห้องน้ำหญิง ห้องน้ำชาย และห้องน้ำ Disabled อย่างเป็นสัดส่วนค่ะ
ภายในจัดฟังก์ชันมาตรฐานมาให้ครบ ทั้งเคาน์เตอร์อ่างล้างมือและห้องสุขา โดยอุปกรณ์ตามจุดใช้งานหลักเลือกใช้ระบบอัตโนมัติ เพื่อลดการสัมผัสและเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน
ถัดมาจะเป็นห้องน้ำชาย และห้องน้ำ Disabled
ภายในห้องน้ำ Disabled ติดตั้งสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ที่จำเป็นมาให้ครบ พร้อมราวจับช่วยพยุงบริเวณจุดใช้งาน เพื่อให้สามารถใช้งานได้สะดวกและปลอดภัยมากขึ้นค่ะ
ส่วนห้องน้ำชายจัดฟังก์ชันมาตรฐานมาให้ครบเช่นเดียวกัน พร้อมเลือกใช้สุขภัณฑ์ระบบอัตโนมัติในจุดใช้งานหลัก
ออกมาที่โถงทางเดิน ฝั่งขวามือจะเป็นพื้นที่ Shop จำนวน 1 ยูนิต ส่วนด้านหน้าจะเป็นทางเข้าสู่ Lift Lobby ซึ่งควบคุมการเข้า-ออกด้วยระบบ Face Scan เพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับพื้นที่พักอาศัยด้านในค่ะ
ผ่านเข้ามาจะเจอกับ Lift Hall ขนาดใหญ่ โดยรายละเอียดของพื้นที่ ทั้งเฟอร์นิเจอร์ วัสดุ และของตกแต่งต่าง ๆ ถูกเลือกให้สอดคล้องกับแนวคิด “RHYTHM is in the Details” ที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียดในทุกจุดของพื้นที่ใช้งาน
ฝั่งขวามือของ Lift Hall เป็น Mail Room สำหรับรับจดหมายและเอกสารของลูกบ้าน
ส่วนฝั่งซ้ายมือเป็น Lift Lobby มีลิฟต์โดยสารทั้งหมด 4 ตัว พร้อมระบบ Face Scan สำหรับการใช้งานของลูกบ้านค่ะ
ถัดเข้าไปด้านในจะมี Auto Door ระบบ Face Scan อีกชั้น ซึ่งเป็นทางเชื่อมไปยัง Delivery Drop Point และพื้นที่จอดรถ โดยแยกเส้นทางออกจาก Welcome Lobby ด้านหน้า
ผ่านประตูเข้ามาจะมี Lobby ขนาดย่อม ๆ พร้อมที่นั่งพัก จัดไว้ให้ลูกบ้านสามารถนั่งรอรับอาหารหรือพัสดุได้โดยไม่ต้องออกไปรอบริเวณ Lobby หลักค่ะ
ผ่าน Auto Door อีกชั้นจะเข้าสู่ Delivery Drop Point ซึ่งโครงการจัดช่องสำหรับวางอาหารและพัสดุไว้หลายขนาด รองรับของที่มีขนาดแตกต่างกัน จุดนี้แยกออกจาก Welcome Lobby อย่างชัดเจน ทำให้การรับ-ส่ง Delivery ไม่รบกวนพื้นที่ต้อนรับหลัก และช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับลูกบ้านมากขึ้น
จาก Delivery Drop Point สามารถเดินเชื่อมต่อไปยังชั้นจอดรถได้โดยตรง ทำให้เส้นทางรับอาหาร พัสดุ และการเข้า-ออกจากพื้นที่จอดรถเชื่อมต่อกันได้สะดวก โดยไม่จำเป็นต้องย้อนกลับผ่าน Welcome Lobby ค่ะ
แปลนอาคารชั้น 2-ชั้น 5 : จะเป็นชั้นที่จอดรถแบบเต็มชั้น โดยโครงการนี้จะมีที่จอดรถ ประมาณ 60% ไม่รวมจอดซ้อนคัน ลิฟต์โดยสารที่เชื่อมกับชั้นพักอาศัย จะเข้า-ออกได้ผ่านทางชั้น 2
แปลนชั้น 6 เป็นชั้นพักอาศัย โดยจัดห้องพักเรียงตามแนวอาคารรูปตัว L และมีโถงทางเดินภายในเชื่อมต่อห้องพักทั้งหมดเข้ากับโถงลิฟต์บริเวณกึ่งกลางอาคาร ซึ่งมีลิฟต์โดยสารรวม 5 ตัว แบ่งเป็นลิฟต์โดยสาร 4 ตัว และลิฟต์บริการ 1 ตัว ช่วยกระจายการใช้งานของลูกบ้านได้สะดวก
ห้องพักบนชั้นนี้มีให้เลือกหลายขนาด ตั้งแต่ Type A ขนาด 35 ตร.ม., Type B ขนาด 43.5 ตร.ม., Type C ขนาด 62 ตร.ม., Type D ขนาด 70.5 ตร.ม. ไปจนถึงห้องขนาดใหญ่ Type E ขนาด 95 ตร.ม. โดยห้องพักส่วนใหญ่จะเป็นขนาด 35 และ 43.5 ตร.ม. กระจายอยู่ตามแนวอาคาร ส่วนห้องขนาดใหญ่จะอยู่บริเวณหัวมุม ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวและได้ช่องเปิดมากขึ้น
จุดเด่นของชั้น 6 คือบริเวณพื้นที่ตรงกลางของอาคารจัดเป็น Yacht Garden Terrace สวนส่วนกลางขนาดใหญ่ เปิดพื้นที่สีเขียวเข้ามาแทรกระหว่างโซนพักอาศัย พร้อม Landscape และมุมพักผ่อนหลายจุด ให้ลูกบ้านสามารถออกมาใช้งานพื้นที่ Outdoor ได้ใกล้กับห้องพัก และยังช่วยเพิ่มบรรยากาศที่ผ่อนคลายให้กับพื้นที่พักอาศัยบนชั้นนี้ด้วยค่ะ
ส่วนกลางด้านบนชั้น 6 จะเป็น Yacht Garden Terrace พื้นที่สีเขียวโซน Outdoor ที่เปิดรับวิวเมืองด้านหน้าโครงการได้แบบเต็มสายตา
ภายในจัดเตรียม Daybed ไว้ให้ 3 จุด แต่ละจุดสามารถนั่งหรือเอนนอนได้ ประมาณ 2-3 คน
มองออกมาเห็นวิวฝั่ง ICONSIAM และแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งในช่วงเทศกาลต่าง ๆ สามารถมองเห็นพลุจากชั้นนี้ได้ด้วยนะคะ
แปลนอาคารชั้น 7-ชั้น 10 เป็นชั้นพักอาศัยแบบ Simplex โดยผังอาคารวางตัวเป็นรูปตัว L มีโถงทางเดินภายในเชื่อมต่อห้องพักทั้งหมดเข้ากับโถงลิฟต์บริเวณกึ่งกลางอาคาร
ห้องพักบนชั้นนี้มีให้เลือกตั้งแต่ 1 Bedroom Type A ขนาด 35 ตร.ม., 1 Bedroom Plus Type B ขนาด 43.5 ตร.ม., 2 Bedroom 2 Bathroom Type C ขนาด 62 ตร.ม., 2 Bedroom 2 Bathroom Type D ขนาด 70.5 ตร.ม. ไปจนถึง Type E ขนาด 95 ตร.ม. โดยห้องพักส่วนใหญ่จะเป็น Type A และ 2 Bedroom 2 Bathroom Type B ขนาด 35-43.5 ตร.ม. เรียงต่อเนื่องไปตามแนวอาคาร ส่วนห้องขนาดใหญ่จะวางไว้บริเวณหัวมุมและปลายอาคาร ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวและได้ช่องเปิดมากขึ้นค่ะ
แปลนอาคารชั้น 11-ชั้น 15 เป็น Typical Floor สำหรับห้องพักแบบ Simplex โดยรูปแบบการจัดวางห้องพักจะใกล้เคียงกับชั้นก่อนหน้า วางห้องพักเรียงตามแนวอาคารรูปตัว L และมีทางเดินภายในเชื่อมต่อไปยังห้องพักแต่ละยูนิต
ชั้นนี้มีห้องพักให้เลือกตั้งแต่ Type A-F ขนาดประมาณ 35-130 ตร.ม. ครอบคลุมตั้งแต่ห้องขนาดเริ่มต้น 1 Bedroom TYPE A 35 ตร.ม., ขนาด 1 Bedroom Plus TYPE B ขนาด 43.5 ตร.ม., 2 Bedroom 2 Bathroom TYPE C ขนาด 62 ตร.ม., 2 Bedroom 2 Bathroom TYPE D ขนาด 70.5 ตร.ม., 2 Bedroom 2 Bathroom TYPE E ขนาด 95 ตร.ม. ไปจนถึงห้องขนาดใหญ่สุด 3 Bedroom 3 Bthroom TYPE F ขนาด 130 ตร.ม. โดยห้องขนาดใหญ่จะวางอยู่บริเวณหัวมุมและปลายอาคาร ส่วนห้องขนาด 35-43.5 ตร.ม. จะเป็นสัดส่วนหลักของชั้นค่ะ
แปลนอาคารชั้น 16-ชั้น 22 ยังคงเป็นชั้นพักอาศัยแบบ Simplex และใช้ผังอาคารรูปตัว L เช่นเดียวกับชั้นก่อนหน้า แต่มีการปรับ Mix ของห้องพักบางตำแหน่ง โดยห้องบริเวณแนวด้านในอาคารบางส่วนจะเพิ่มขนาดจาก 35 ตร.ม. เป็น 43.5 ตร.ม. ทำให้ชั้นนี้มีห้องพักตั้งแต่ Type A-F ขนาดประมาณ 35-130 ตร.ม. ส่วนห้องขนาดใหญ่ยังคงวางไว้ตามบริเวณหัวมุมและปลายอาคารค่ะ 
แปลนอาคารชั้น 23-ชั้น 27 เป็นชั้นของห้องพักแบบ Vertiplex ซึ่งเป็นห้องพักแบบ Double Volume เพดานสูง 4.45 ม. ที่จัดพื้นที่ใช้สอยในแนวตั้ง เพิ่มความโปร่งและให้บรรยากาศแตกต่างจากห้องพักแบบ Simplex ในชั้นก่อนหน้า ผังอาคารยังคงวางตัวเป็นรูปตัว L มีโถงทางเดินภายในเชื่อมต่อห้องพักทั้งหมดเข้ากับโถงลิฟต์บริเวณกึ่งกลางอาคาร
ห้องพักบนชั้นนี้มีหลายขนาด เริ่มตั้งแต่ Type G ขนาด 35 ตร.ม., Type H ขนาด 43.5 ตร.ม., Type I ขนาด 61 ตร.ม., Type J ขนาด 94.5-95.5 ตร.ม., Type K ขนาด 101.5 ตร.ม. และห้องขนาดใหญ่ Type L ขนาด 127.5 ตร.ม. โดยห้องขนาดใหญ่จะวางอยู่บริเวณหัวมุมและปลายอาคาร ส่วนห้องขนาด 35-43.5 ตร.ม. จะกระจายตัวอยู่ตามแนวอาคารค่ะ
แปลนชั้น 28 เป็นชั้น Facilities หลักของโครงการ จัดพื้นที่พักผ่อนและออกกำลังกายไว้ค่อนข้างหลากหลาย โดยแบ่งฟังก์ชันออกเป็นโซน Indoor และ Outdoor เชื่อมต่อถึงกันได้สะดวกจากโถงลิฟต์
พื้นที่ฝั่ง Indoor จัดเป็น Fitness ขนาดใหญ่ พร้อมห้องน้ำส่วนกลางแยกเป็นสัดส่วน และมี Artistic Pavilion เป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำหรับนั่งพักผ่อน ถัดออกมาฝั่ง Outdoor จะเชื่อมต่อกับพื้นที่สระว่ายน้ำและมุมพักผ่อนริมสระ
ไฮไลต์ของชั้นนี้คือสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ความยาว 40 ม. พร้อม Kids Pool และ Jacuzzi แยกไว้บริเวณปลายสระ อีกฝั่งจัด River Hydro Pool สำหรับนั่งแช่น้ำและพักผ่อน พร้อม Pool Deck ขนาดใหญ่ตรงกลาง และ River Deck บริเวณริมอาคารที่มองออกไปเห็นวิวฝั่ง ICONSIAM และแม่น้ำเจ้าพระยาได้เต็มสายตา
ข้างสระยังมี Pool Bar สำหรับนั่งพักผ่อน พร้อม Circular Outdoor Living ที่จัดเป็นมุมนั่งเล่นแบบ Outdoor หลายจุด ให้ลูกบ้านเลือกใช้งานได้ทั้งการออกกำลังกาย ว่ายน้ำ หรือนั่งพักผ่อนรับบรรยากาศภายนอก ส่วนด้านข้าง Fitness มี Courtyard เพิ่มพื้นที่สีเขียวและมุมพักผ่อนให้กับชั้นนี้อีกด้วยค่ะ
หนึ่งในไฮไลต์ของโครงการคือ Sky Facilities บนชั้น 28-29 ซึ่งวางตำแหน่งพื้นที่ส่วนกลางให้สามารถใช้ประโยชน์จากศักยภาพของทำเลริมแม่น้ำเจ้าพระยาและมุมมองฝั่ง ICONSIAM ได้อย่างเต็มที่
พื้นที่ส่วนกลางบนชั้นสูงจึงไม่ได้มีเพียงฟังก์ชันสำหรับการพักผ่อน แต่ยังนำ “วิว” เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของงานออกแบบ โดยจัดทั้ง Indoor และ Outdoor Facilities ไว้ในตำแหน่งที่สามารถเปิดรับ River View และ Bangkok Skyline จากมุมสูงได้อย่างเต็มสายตาค่ะ
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของ Sky Facilities คือ River Hydro Pool สระว่ายน้ำระบบเกลือที่ทอดตัวยาวกว่า 40 ม. เปิดรับวิวแม่น้ำเจ้าพระยาและเส้นขอบฟ้าของกรุงเทพฯ ในมุมกว้างแบบ Panorama
การวางตำแหน่งสระช่วยเชื่อมมุมมองของผืนน้ำเข้ากับวิวเมืองจากมุมสูง ให้บรรยากาศที่เหมาะทั้งสำหรับการว่ายน้ำออกกำลังกายและการพักผ่อนริมสระค่ะ
ทางฝั่งซ้ายมือจะแบ่งเป็น Jacuzzi Pool และ Kids Pool
Jacuzzi Pool จัดไว้ทั้งหมด 2 จุด สามารถลงไปนั่งแช่ตัวผ่อนคลายพร้อมชมวิวเมืองจากมุมสูงได้ค่ะ
ถัดมาเป็น Kids Pool สำหรับเด็ก ซึ่งแยกออกจากโซนน้ำลึกของสระผู้ใหญ่อย่างชัดเจน ช่วยแบ่งพื้นที่ใช้งานให้เหมาะกับสมาชิกในครอบครัวแต่ละช่วงวัย
บริเวณริมสระว่ายน้ำจัดวาง Daybed ไว้ให้หลายจุด สำหรับนั่งหรือเอนพักผ่อนหลังว่ายน้ำค่ะ
อีกฝั่งเป็น Lap Pool ความยาว 40 ม. รองรับการว่ายน้ำออกกำลังกายแบบจริงจังได้เต็มที่
ถัดมาเป็น Pool Deck พื้นที่พักผ่อนยกระดับบริเวณริมสระ พร้อมจัดวาง Daybed ไว้ให้หลายที่นั่ง สามารถเลือกมุมนั่งพักผ่อนและชมวิวได้ตามต้องการค่ะ
บริเวณด้านหน้าจะเป็น River Hydro Pool อีกหนึ่งจุดสำหรับนั่งแช่ตัวพร้อมชมวิวเมือง และในช่วงเทศกาลต่าง ๆ ยังสามารถมองเห็นการแสดงพลุจากบริเวณสระได้อีกด้วยค่ะ
อีกฝั่งของสระว่ายน้ำเป็น Pool Bar แบบ Semi-Outdoor ภายในจัดวาง Long Table ขนาด 6 ที่นั่ง รองรับทั้งการนั่งพักผ่อน พบปะสังสรรค์ หรือนำ Laptop มานั่งทำงานได้ค่ะ



เลี้ยวซ้ายต่อมาจะเจอกับ Circular Outdoor Living มุมนั่งเล่นแบบ Outdoor ที่ออกแบบที่นั่งเป็นรูปวงกลม พร้อมเบาะนั่งและหมอนอิง รองรับการมานั่งพักผ่อนเป็นกลุ่มได้สบาย ๆ
จากจุดนี้เปิดรับมุมมองไปยังฝั่ง ICONSIAM และแนวเมืองได้กว้าง รวมถึงสามารถชมพลุในช่วงเทศกาลต่าง ๆ ได้เช่นกันค่ะ
เดินต่อมาทางด้านหน้าจะเจอกับ River Deck พื้นที่พักผ่อนริมอาคารที่จัดวาง Daybed ไว้ให้อีกหลายที่นั่ง เป็นอีกหนึ่งมุมสำหรับออกมานั่งเล่นรับลมและชมวิวได้ตั้งแต่ช่วงเย็นต่อเนื่องไปจนถึงช่วงกลางคืนค่ะ
River Deck พื้นที่พักผ่อนริมอาคารที่จัดวาง Daybed ไว้ให้อีกหลายที่นั่ง เป็นอีกหนึ่งมุมสำหรับออกมานั่งเล่นรับลมและชมวิวได้ตั้งแต่ช่วงเย็นต่อเนื่องไปจนถึงช่วงกลางคืนค่ะ
จาก River Deck สามารถเปิดรับวิวแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่ง ICONSIAM และ Bangkok Skyline ได้แบบเต็มสายตา
อีกหนึ่งจุดเด่นของพื้นที่ส่วนกลางคือ The Iconic Stair บันไดประติมากรรมโทนสี Prismatic Copper ที่ออกแบบด้วยเส้นสายโค้งต่อเนื่อง ได้แรงบันดาลใจจาก Movement ของสายน้ำ ทำให้บันไดไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเชื่อมต่อพื้นที่ระหว่างชั้นเท่านั้น แต่ยังเปรียบเสมือน Art Piece ขนาดใหญ่ที่ช่วยสร้างจุดนำสายตาให้กับ Sky Facilities ค่ะ
อีกด้านของชั้นจะเชื่อมต่อมายังบริเวณ The Iconic Stair โดยทางขวามือมีประตูที่สามารถเดินเชื่อมเข้าสู่ Fitness ได้อีกทาง
เดินต่อไปจนสุดทางจะเจอกับ Courtyard ซึ่งจัดเป็นพื้นที่พักผ่อนอีกหนึ่งมุม พร้อมชุดที่นั่งขนาดใหญ่สำหรับออกมานั่งเล่นหรือใช้เวลาร่วมกันค่ะ
อีกฝั่งของสระว่ายน้ำ จะเป็นที่ตั้งของ Artistic Pavilion
Artistic Pavilion พื้นที่พักผ่อนที่นำงานศิลปะ Modern Art แบบ Overscale มาเป็นองค์ประกอบหลักของการออกแบบ พร้อมจัดวาง Lounge สำหรับนั่งพักผ่อนและชมวิว หรือนั่งพักคอยบุตรหลานเล่นน้ำได้ใกล้ ๆ สร้าง Character ให้พื้นที่แตกต่างจากโซนอื่น ๆ
ต่อเนื่องเข้ามายังโซน Indoor จะเป็น Fitness และห้องน้ำส่วนกลาง โดยแยกเป็นห้องน้ำหญิง ห้องน้ำชาย และห้องน้ำ Disabled ไว้อย่างครบถ้วนค่ะ
ภายในห้องน้ำหญิงจัดฟังก์ชันมาตรฐานมาให้ครบ ทั้งอ่างล้างมือ ห้องสุขา และห้องอาบน้ำ พร้อมสุขภัณฑ์ระบบอัตโนมัติในจุดใช้งานหลัก นอกจากนี้ยังมี Locker สำหรับฝากของ และห้อง Steam แยกไว้ภายในอีก 1 ห้อง
ห้อง Steam ฝั่งห้องน้ำหญิงมีพื้นที่รองรับการใช้งานพร้อมกันได้ประมาณ 4-5 คนค่ะ
ถัดมาเป็นห้องน้ำ Disabled ภายในมีพื้นที่กว้าง รองรับการใช้งานได้สะดวก พร้อมติดตั้งราวจับช่วยพยุงไว้ตามจุดสำคัญ
ส่วนห้องน้ำชายจัดฟังก์ชันมาตรฐานมาให้ครบเช่นเดียวกัน พร้อมเลือกใช้สุขภัณฑ์ระบบอัตโนมัติในจุดใช้งานหลักค่ะ
โดยฝั่งห้องน้ำชายจะมีห้อง Sauna แยกไว้ให้จำนวน 1 ห้อง
ไปต่อกันที่ Fitness ซึ่งเปิดให้ลูกบ้านใช้งานได้ตลอด 24 ชม.
ภายในมีพื้นที่ขนาดใหญ่ แบ่งสัดส่วนด้วย Partition พร้อมแยก Cardio Zone และ Weight Training Zone ออกจากกันอย่างเป็นสัดส่วน ผนังโดยรอบใช้กระจก Full Height เปิดรับแสงธรรมชาติและวิวภายนอกได้กว้าง พร้อมเครื่องออกกำลังกายจาก Technogym หลากหลายรูปแบบค่ะ
ฝั่งซ้ายมือเป็น Weight Training Zone ซึ่งแบ่งพื้นที่ใช้งานออกเป็น 3 ส่วน
โซนแรกจะสามารถเชื่อมต่อกับประตูทางเข้า-ออกอีกด้านของ Fitness ได้ ภายในจัดวาง Weight Training Machine สำหรับบริหารกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ไว้ทั้งหมด 4 เครื่องค่ะ
บริเวณตรงกลางจัดเตรียม Sit-up Bench, Dumbbell คละน้ำหนัก รวมถึง Yoga Mat และ Exercise Ball หลายขนาด รองรับทั้งการ Weight Training, Stretching และ Floor Exercise
ถัดออกมาบริเวณริมผนังกระจก จัดวาง Weight Training Machine เพิ่มให้อีก 2 เครื่อง สามารถออกกำลังกายพร้อมเปิดรับวิวภายนอกได้ค่ะ
อีกฝั่งของ Fitness เป็น Cardio Zone โดยจัดวางเครื่องออกกำลังกายเรียงไปตามแนวผนังกระจก Full Height ทำให้สามารถชมวิวด้านนอกระหว่างออกกำลังกายได้แทบทุกจุด
ส่วนแรกจัดวาง Exercise Bike ไว้ให้ 2 เครื่อง
บริเวณตรงกลางจัดวาง Treadmill และ Elliptical อย่างละ 2 เครื่อง โดยหันหน้าออกสู่ผนังกระจก เปิดรับวิวเมืองจากมุมสูงขณะออกกำลังกายได้ค่ะ
และบริเวณด้านหน้าตรงแนวผนังโค้ง จัดวาง Treadmill เพิ่มให้อีก 3 เครื่อง ทำให้ Cardio Zone มีอุปกรณ์รองรับการใช้งานพร้อมกันได้หลายจุดค่ะ
แปลนชั้น 29 เป็นพื้นที่ Facilities ที่เน้นบรรยากาศการพักผ่อนและความเป็นส่วนตัวมากขึ้น โดยเมื่อขึ้นมาจากโถงลิฟต์ จะสามารถเชื่อมต่อไปยังพื้นที่ส่วนกลางแต่ละโซนได้อย่างสะดวก พร้อมจัดห้องน้ำส่วนกลางไว้ใกล้กับโถงลิฟต์
พื้นที่หลักฝั่งซ้ายของอาคารเป็น The Grand Yacht Lounge ห้องพักผ่อนขนาดใหญ่ เชื่อมต่อกับ Private Meeting Room สำหรับประชุมหรือพูดคุยงานแบบเป็นส่วนตัว ถัดลงมาเป็น Private Club, Sky Living Room และ Private Gym ซึ่งแยกออกเป็นห้องเฉพาะ รองรับทั้งการพักผ่อน สังสรรค์ ประชุมงาน และออกกำลังกายได้อย่างเป็นสัดส่วนค่ะ
ส่วนอีกฝั่งของชั้นเป็น Iconic Lounge พื้นที่พักผ่อนขนาดใหญ่ที่แยกออกมาจาก Facilities ฝั่งหลัก โดยบริเวณกึ่งกลางออกแบบเป็น Void เปิดเชื่อมพื้นที่ในแนวดิ่ง พร้อมติดตั้งโคมไฟ Chandelier เป็นจุดเด่น ช่วยเพิ่มความหรูหรา สร้างมิติ และทำให้พื้นที่บริเวณนี้ดูโปร่งโอ่อ่ามากยิ่งขึ้นค่ะ
จาก Lift Hall เดินออกมาจะเจอกับโถงส่วนกลางของชั้น 29 ซึ่งทำหน้าที่เชื่อมต่อไปยังพื้นที่พักผ่อนหลัก 2 ฝั่ง ได้แก่ The Grand Yacht Lounge และ Iconic Lounge โดยแยกพื้นที่ออกจากกันอย่างเป็นสัดส่วนค่ะ
ทางขวามือจะเป็นทางเข้าสู่ Iconic Lounge
Iconic Lounge ออกแบบโดยนำกลิ่นอายของ Japanese-Italian Craftsmanship มาผสมผสานเข้าด้วยกัน ถ่ายทอดผ่านเส้นสาย เฟอร์นิเจอร์ และการเลือกใช้วัสดุที่มีรายละเอียดเฉพาะตัว ให้บรรยากาศเรียบหรูและมีเอกลักษณ์ พร้อมจัดพื้นที่นั่งพักผ่อนไว้หลายรูปแบบค่ะ
ภายในมีโซฟาทรงโค้งพร้อมโต๊ะกลางจัดไว้ให้หลายมุม รองรับทั้งการนั่งพักผ่อนและพูดคุยแบบเป็นกลุ่ม
บริเวณด้านหน้าริมผนังกระจกโค้ง จัดวางโต๊ะรับรองขนาด 4 ที่นั่งไว้ให้ 2 ชุด โดยตำแหน่งนี้อยู่ชิดกับแนวกระจก จึงสามารถนั่งพักผ่อนพร้อมชมวิวเมืองจากมุมสูงได้ค่ะ
จากบริเวณนี้เปิดรับวิวเมืองได้ในมุมกว้าง พร้อมรับแสงธรรมชาติเข้ามาภายในพื้นที่ได้เต็มที่
ถัดมาด้านหน้าจะเป็นเคาน์เตอร์บาร์ขนาด 5 ที่นั่ง อีกหนึ่งมุมสำหรับนั่งพักผ่อน พูดคุย หรือชมวิว โดยในช่วงเทศกาลต่าง ๆ สามารถมองเห็นการแสดงพลุจากบริเวณนี้ได้ด้วยค่ะ
จากมุมเคาน์เตอร์บาร์สามารถมองลงไปเห็นสระว่ายน้ำบนชั้น 28 พร้อมเปิดรับวิวแม่น้ำเจ้าพระยาและแนวเมืองได้พร้อมกัน



วนต่อมายังอีกด้านของ Iconic Lounge จะมีมุมนั่งเล่นจัดไว้อีก 2 จุด เพิ่มตัวเลือกสำหรับการพักผ่อนในบรรยากาศที่เป็นส่วนตัวมากขึ้นค่ะ
กลับออกมายังโถงส่วนกลาง อีกฝั่งของชั้น 29 จะเป็นทางเข้าสู่ The Grand Yacht Lounge
The Grand Yacht Lounge เป็นพื้นที่พักผ่อนขนาดใหญ่ที่นำแรงบันดาลใจจากเรือยอร์ชมาใช้ในการออกแบบ ทั้งรูปทรง เส้นสาย รายละเอียด และโทนสีของพื้นที่ ให้บรรยากาศที่หรูหราในอีก Character หนึ่ง พร้อมจัดฟังก์ชันสำหรับการพักผ่อน พบปะพูดคุย และนั่งทำงานไว้หลายมุมค่ะ
ภายในจัดพื้นที่นั่งทำงานและมุมนั่งพักผ่อนเรียงไปตามแนวผนังกระจก Full Height หลายจุด สามารถเลือกนั่งชมวิวเมืองจากมุมสูงได้อย่างเต็มสายตา ขณะเดียวกันเส้นสายทรงโค้งของฝ้า เสา และเฟอร์นิเจอร์ยังช่วยเชื่อมรายละเอียดของพื้นที่ให้ต่อเนื่องกันค่ะ
ภายใน The Grand Yacht Lounge ยังมี Private Meeting Room แยกไว้ให้อีก 1 ห้อง
Private Meeting Room ตกแต่งด้วยเส้นสายและเฟอร์นิเจอร์ทรงโค้งให้เข้ากับพื้นที่ด้านนอก พร้อมจัดโต๊ะประชุมขนาด 8 ที่นั่ง และ Smart TV มาให้ครบ รองรับทั้งการประชุม พูดคุยงาน หรือใช้งานร่วมกันแบบเป็นส่วนตัวค่ะ
จาก The Grand Yacht Lounge และ Private Meeting Room จะเชื่อมต่อไปยังโถงทางเดินด้านใน ซึ่งเป็นที่ตั้งของห้องน้ำส่วนกลาง โดยแยกห้องน้ำหญิง ห้องน้ำชาย และห้องน้ำ Disabled ไว้อย่างเป็นสัดส่วน
ภายในห้องน้ำ Disabled
อีกฝั่งเป็นทางเข้าห้องน้ำชายและห้องน้ำหญิง
ภายในห้องน้ำจัดฟังก์ชันมาตรฐานสำหรับการใช้งานมาให้ครบ พร้อมตกแต่งในโทนที่ต่อเนื่องกับพื้นที่ส่วนกลางของชั้นค่ะ
ถัดเข้าไปด้านในสุดจะมีพื้นที่ส่วนกลางแยกเป็นห้องให้อีก 3 ฟังก์ชัน ได้แก่ Private Club, Sky Living Room และ Private Gym (ต้อง Booking ก่อนใช้งาน*)
Private Club ออกแบบให้มีบรรยากาศเป็นส่วนตัวมากขึ้น พร้อมนำงานศิลปะและวัสดุธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการตกแต่ง เหมาะสำหรับการพักผ่อน พบปะสังสรรค์ หรือใช้เวลาร่วมกันแบบเป็นกลุ่มค่ะ
หนึ่งในจุดเด่นของห้องนี้คือ Iconic Bar รูปทรงโค้งที่นำความสวยงามของหินธรรมชาติมาใช้สร้างเอกลักษณ์ให้กับพื้นที่ พร้อมจัดที่นั่งบริเวณเคาน์เตอร์สำหรับพูดคุยและสังสรรค์ได้อย่างใกล้ชิด
Iconic Bar รองรับการจัดปาร์ตี้หรือสังสรรค์ในโอกาสพิเศษได้สะดวก เพราะเตรียมอุปกรณ์สำหรับใช้งานมาให้ค่อนข้างครบ ทั้ง Sink ล้างจาน พื้นที่เตรียมอาหาร ตู้เย็น Microwave Oven และ Wine Cellar ค่ะ
ถัดมาเป็น Sky Living Room พื้นที่สำหรับลูกบ้านที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศจากภายในห้องพัก โดยรองรับได้ทั้งการใช้งานแบบส่วนตัวและแบบกลุ่ม
งานตกแต่งเน้นความเรียบง่าย พร้อมเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีดีไซน์เหนือกาลเวลา ภายในแบ่งมุมนั่งใช้งานไว้หลากหลาย สามารถปรับเปลี่ยนได้ทั้งการนั่งทำงาน อ่านหนังสือ ประชุม พูดคุย หรือนั่งพักผ่อนระหว่างวันค่ะ
นอกจากนี้ยังมีมุมนั่งริมผนังกระจกจัดไว้หลายจุด สามารถนั่งทำงานหรือพักผ่อนพร้อมเปิดรับวิวเมืองจากมุมสูงได้ค่ะ
ห้องสุดท้ายเป็น Private Gym จัดเตรียมพื้นที่ออกกำลังกายพร้อมอุปกรณ์จาก Technogym รองรับการออกกำลังกายได้หลากหลายรูปแบบ โดยแยกออกมาเป็นห้องเฉพาะ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการพื้นที่ออกกำลังกายที่มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น
ภายในเพิ่มลูกเล่นด้วยงาน Graphic Design บนผืนผ้าม่านสั่งทำพิเศษขนาดใหญ่ ช่วยสร้าง Character ให้พื้นที่ดูมีชีวิตชีวา และสร้างบรรยากาศที่แตกต่างจาก Fitness หลักของโครงการค่ะ
อีกด้านจัดพื้นที่สำหรับ Yoga พร้อมอุปกรณ์ออกกำลังกายหลากหลายชนิด รองรับทั้งการยืดเหยียดและการออกกำลังกายบนพื้นได้อย่างเป็นสัดส่วน
ส่วนมุมริมกระจกจัดวาง Treadmill แบบส่วนตัว พร้อมเก้าอี้สำหรับนั่งพัก โดยตำแหน่งนี้เปิดรับวิวเมืองจากมุมสูงได้กว้าง ทำให้สามารถออกกำลังกายพร้อมชมวิวภายนอกได้ในเวลาเดียวกันค่ะ
แปลนชั้น Rooftop เป็นพื้นที่พักผ่อนแบบ Outdoor บนชั้นบนสุดของอาคาร เน้นพื้นที่สีเขียวและพื้นที่เปิดโล่งสำหรับออกมานั่งพักผ่อน รับลม และชมวิวเมืองจากมุมสูง โดยสามารถขึ้นมายังชั้นนี้ได้ทั้งจากลิฟต์และบันได
พื้นที่หลักแบ่งออกเป็น Sky Lawn สนามหญ้าขนาดใหญ่บริเวณด้านบนของแปลน พร้อมพื้นที่ Landscape และต้นไม้ใหญ่ช่วยเพิ่มบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ถัดลงมาเป็น Iconic Deck พื้นที่พักผ่อนที่จัดไว้เป็นจุดเด่นบริเวณกึ่งกลาง เชื่อมต่อกับ Observation Lawn อีกหนึ่งสนามหญ้าสำหรับนั่งพักผ่อนและชมวิวจาก Rooftop
พื้นที่สีเขียวถูกจัดวางต่อเนื่องไปตามแนวขอบอาคาร พร้อมทางเดินเชื่อมแต่ละโซนเข้าหากัน ทำให้ชั้น Roof เป็นอีกหนึ่งพื้นที่พักผ่อนที่มีความเป็นส่วนตัว เหมาะกับการขึ้นมานั่งเล่น รับลม หรือชมบรรยากาศเมืองในช่วงเย็นค่ะ
การเดินขึ้นมาบนชั้น Rooftop จะใช้งานผ่าน The Iconic Stair ที่เชื่อมทั้งหมด 3 ชั้นได้ค่ะ
บนชั้นนี้จะเป็นพื้นที่เปิดโล่งและมีลานสนามหญ้าไว้ขึ้นมาเดินเล่นรับลมชมวิวได้ค่ะ
โครงการ RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค มีห้องพักให้เลือก 2 รูปแบบ คือ แบบ Simplex เพดานสูง 3 ม. และแบบ Vertiplex Double Volume เพดานสูง 4.45 ม.
TYPE A1-03 : 35 ตร.ม.
TYPE A1M-01 : 35 ตร.ม.
TYPE A1M-02 : 35 ตร.ม.
TYPE B1-03 : 43.5 ตร.ม.
TYPE B1M-01 : 43.5 ตร.ม.
TYPE B2-12 : 43.5 ตร.ม.
TYPE C1-05 : 62 ตร.ม.
TYPE C2-23 : 62 ตร.ม.
TYPE C3-20 : 62 ตร.ม.
TYPE D1-06 : 70.5 ตร.ม.
TYPE E1-13 : 95 ตร.ม.
TYPE E2-22 : 95 ตร.ม.
TYPE E3-23 : 95 ตร.ม.
TYPE E4-05 : 95 ตร.ม.
TYPE F1-22 : 130 ตร.ม.
TYPE G1-29 : 35 ตร.ม.
TYPE H1-10 : 43.5 ตร.ม.
TYPE H1M-01 : 43.5 ตร.ม.
TYPE H2-12 : 43.5 ตร.ม.
TYPE H3-14 : 43.5 ตร.ม.
TYPE H4-25 : 43.5 ตร.ม.
TYPE I1-20 : 61 ตร.ม.
TYPE J1-13 : 94.5 ตร.ม.
TYPE J2-23 : 95.5 ตร.ม.
TYPE K1-07 : 101.5 ตร.ม.
TYPE L1-22 : 127.5 ตร.ม.
วันนี้เราจะพาไปชมห้องตัวอย่างทั้งหมด 2 รูปแบบ ได้แก่
โครงการขายห้องพักให้ในรูปแบบ Fully Fitted สิ่งที่ลูกค้าจะได้รับมากับห้องมีดังนี้ค่ะ
แปลนห้องตัวอย่าง TYPE B1 – 1 Bedroom Plus ขนาด 43.5 ตร.ม. เป็นห้องพักรูปแบบ Simplex ที่ได้ความสูงฝ้าเพดานถึง 3 ม. ช่วยเพิ่มความโปร่งสบายให้กับพื้นที่ภายใน พร้อมจัดฟังก์ชันมาให้รองรับการอยู่อาศัย 2 คน หรือครอบครัวเริ่มต้น 2-3 คนได้อย่างลงตัว
เปิดประตูเข้ามาภายในห้องพัก จะเจอกับห้องครัวเปิดเป็นส่วนแรก เชื่อมต่อกับมุมทานอาหารและห้องนั่งเล่นที่อยู่ด้านใน ทำให้พื้นที่ส่วนกลางใช้งานต่อเนื่องกันได้สะดวก ส่วนด้านในสุดของห้องจะเป็นห้องอเนกประสงค์ พร้อมผนังกระจกเข้ามุม ช่วยเปิดมุมมองและรับแสงธรรมชาติเข้ามาภายใน สามารถปรับฟังก์ชันเป็นห้องทำงาน, ห้องอ่านหนังสือ หรือห้องนอนเด็กได้ตามไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัย
อีกฝั่งบริเวณด้านหน้าห้อง ตรงข้ามกับห้องครัว จะเป็นห้องน้ำที่ออกแบบมาในลักษณะ Double Access สามารถเข้า-ออกได้ 2 ทาง ทั้งจากโถงส่วนกลางและจากภายในห้องนอน เพิ่มความสะดวกและความเป็นส่วนตัวในการใช้งาน
ภายในห้องน้ำยังแบ่งฟังก์ชันออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ โถสุขภัณฑ์, อ่างล้างมือ และส่วนอาบน้ำ ทำให้สามารถแยกใช้งานแต่ละพื้นที่ได้สะดวก และรองรับการใช้งานพร้อมกันในช่วงเวลาเร่งด่วนได้ดี
ถัดเข้าไปจะเป็นห้องนอนขนาดใหญ่ มีพื้นที่สำหรับวางเตียงและเฟอร์นิเจอร์ได้อย่างลงตัว พร้อม Walk-in Closet ในตัว และเชื่อมต่อกับระเบียงพักผ่อนส่วนตัวที่เปิดรับวิวภายนอกได้กว้าง
จุดเด่นของระเบียงคือสามารถใช้งานพื้นที่ได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากโครงการนำ CDU ขึ้นไปติดตั้งไว้บริเวณด้านบน พร้อมออกแบบให้ระบายลมร้อนออกสู่ภายนอกอาคาร จึงช่วยลดทั้งการกินพื้นที่และลมร้อนบริเวณระเบียง เหลือพื้นที่สำหรับออกมานั่งพักผ่อน ชมวิว หรือใช้งานในชีวิตประจำวันได้จริงมากขึ้นค่ะ
ประตูห้องพักได้เป็นประตูลายไม้สีอ่อน พร้อมกรุผนังลายไม้ต่อเนื่องจากวงกบขึ้นไปจนเกือบถึงฝ้า ช่วยเน้นเส้นสายแนวตั้งและดึงสายตาขึ้นด้านบน ทำให้ทางเข้าห้องดูสูงโปร่ง มีขนาดใหญ่และโอ่อ่ามากขึ้น ที่หน้าบานติดตาแมวมาให้ ส่วนผนังด้านข้างติดป้ายเลขที่ห้องไว้ให้เรียบร้อยค่ะ
ห้องพักทุกยูนิตติดตั้ง Digital Door Lock รุ่น V5 Max จาก Lockin รุ่นท็อปที่รองรับการปลดล็อกได้ถึง 6 รูปแบบ ทั้ง Face Recognition, Palm Vein Recognition, Fingerprint, Password, NFC Card และ Emergency Key เพิ่มความสะดวกและปลอดภัยในการเข้า-ออกห้องพัก พร้อมเชื่อมต่อ Smartphone ผ่าน Bluetooth หรือ Wi-Fi เพื่อจัดการระบบผ่านมือถือได้อีกด้วยค่ะ
นอกจากนี้ ภายในห้องพักยังติดตั้งจอ Indoor Monitor มาให้ สามารถใช้ดูภาพผู้ที่มาเยือนบริเวณหน้าห้องได้โดยตรง ช่วยให้ตรวจสอบบุคคลภายนอกก่อนเปิดประตู เพิ่มทั้งความสะดวกและความปลอดภัยให้กับผู้อยู่อาศัยค่ะ
เปิดประตูเข้ามาภายในห้องพัก จะเจอกับ Common Area โดยด้านหน้าเป็นห้องครัวเปิด เชื่อมต่อไปยังห้องนั่งเล่น และห้องอเนกประสงค์ที่อยู่ด้านในสุด สำหรับห้องพักแบบ Simplex จะได้ฝ้าเพดานสูง 3 ม. ช่วยให้พื้นที่ภายในดูโปร่ง โล่ง และอากาศหมุนเวียนได้ดี
พื้นห้องชุดปู SPC ลาย Herringbone เพิ่มลวดลายและมิติให้กับพื้นที่ ส่วนผนังและฝ้าเพดานเป็นแบบฉาบเรียบทาสี พร้อมติดตั้ง Smoke & Heat Detector ครอบคลุมทั้งบริเวณห้องครัวและห้องนอน รวมถึงโคมไฟ LED Panel ที่ช่วยประหยัดพลังงาน และมีดีไซน์เรียบเสมอไปกับฝ้า ทำให้พื้นที่ภายในดูสะอาดตาและเป็นระเบียบมากขึ้นค่ะ
ภาพรวมบริเวณ Common Area แบบ Open Space
ห้อง Type นี้ จะได้เป็นครัวเปิด พร้อมชุดครัว L-Shape พร้อมตู้เก็บของด้านบนและด้านล่างบานพับ Soft Close ด้านข้างเป็นพื้นที่สำหรับวางตู้เย็น รองรับตู้เย็น 2 ประตู ขนาด 7-10 คิวได้พอดีค่ะ
ท็อปเคาน์เตอร์ครัวเลือกใช้หิน Quartz สีขาว หนา 15 มม. ให้ผิวสัมผัสเรียบหรูและดูแลรักษาง่าย ส่วน Backsplash กรุ Tinted Mirror ช่วยเพิ่มมิติให้กับพื้นที่ครัว พร้อมติดไฟ LED ช่วยเพิ่มแสงสว่างขณะเตรียมและประกอบอาหารค่ะ
บนหน้าท็อปฝัง Sink สแตนเลสทรงสี่เหลี่ยมหลุมเดี่ยว พร้อมก๊อกน้ำทรงสูงแบบก้านโยกจาก Franke รอบ ๆ Sink มีพื้นที่เหลือสำหรับวางฟองน้ำและน้ำยาล้างจานได้สะดวก
ติดกันเป็นพื้นที่สำหรับประกอบอาหาร พร้อมติดตั้ง Hob 2 หัว แบบแนวนอน ช่วยอำนวยความสะดวกได้ดียิ่งขึ้น เมื่อต้องใช้งานพร้อมกัน และ Hood จาก Gorenje มาให้ครบ โดยตัว Hood เป็นระบบระบายอากาศออกสู่ภายนอกอาคาร ช่วยลดกลิ่นและควันจากการทำอาหารไม่ให้วนอยู่ภายในห้องพักค่ะ
ด้านบนเป็นตู้เก็บของบานเปิด หน้าบานผสมระหว่าง Tinted Glass กรอบอะลูมิเนียม และบานเมลามีนสีพื้น ภายในแบ่งชั้นเก็บของเป็นสัดส่วน สามารถจัดเก็บแก้ว จานชาม และอุปกรณ์เครื่องครัวต่าง ๆ ได้เยอะ
ส่วนตู้ด้านล่างได้หน้าบานเมลามีนลายไม้ มีฟังก์ชันมาให้ครบ ทั้งตู้เก็บของใต้ Sink พร้อมถังขยะแบบ Built-in มีฝาปิด, ลิ้นชักพร้อมถาดแบ่งช่องสำหรับใส่ช้อนส้อม และช่องสำหรับวางเครื่องซักผ้าฝาหน้า โดยเดินระบบน้ำและระบบไฟเตรียมไว้พร้อมต่อใช้งาน
ด้านล่างติดตั้ง Microwave แบบ Built-in จาก Gorenje มาให้พร้อมกับห้อง ช่วยประหยัดพื้นที่บนเคาน์เตอร์และทำให้ชุดครัวดูเรียบร้อยเป็นสัดส่วน
ติดกับเคาน์เตอร์ครัวจะได้ Dining Bar ขนาด 2 ที่นั่งเพิ่มเข้ามา ใช้เป็นมุมทานอาหารเช้า นั่งจิบกาแฟ หรือปรับเป็นพื้นที่นั่งทำงานในชีวิตประจำวันได้ค่ะ
ด้านหน้าเคาน์เตอร์ครัวมีพื้นที่ยืนใช้งานได้สะดวก ทั้งการเตรียมอาหาร ทำอาหาร และล้างจาน โดยยังเหลือพื้นที่ทางเดินสำหรับเข้า-ออกห้องพัก ห้องน้ำ และเชื่อมต่อไปยังพื้นที่ส่วนอื่น ๆ ภายในห้องได้อย่างคล่องตัว
ตรงข้ามกับห้องครัวจะรวมฟังก์ชันต่าง ๆ ไว้ด้วยกัน ทั้งตู้เก็บของ, ทางเข้า-ออกห้องน้ำจากโถงส่วนกลาง, ห้องเก็บของ และทางเข้าสู่ห้องนอน
บริเวณด้านหน้าห้องน้ำได้ตู้เก็บรองเท้าและตู้เก็บของแบบ Built-in หน้าบานเมลามีนลายไม้ ออกแบบให้สูงจรดฝ้าเพดาน 3 ม. ช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บในแนวตั้ง โดยสามารถเก็บรองเท้าได้สูงสุดประมาณ 20 คู่
ประตูทางเข้าห้องน้ำจากโถงส่วนกลางเลือกใช้เป็นประตูลายไม้สีอ่อนแบบบานเลื่อน ช่วยประหยัดพื้นที่ในการเปิด-ปิด ส่วนธรณีภายในห้องน้ำทุกจุดเลือกใช้หิน Quartz สีขาว ดูเรียบร้อยและเข้ากับโทนการตกแต่งภายในค่ะ
ห้องน้ำออกแบบเป็นแบบ Double Access สามารถเข้า-ออกได้ 2 ทาง ทั้งจากโถงส่วนกลางและจากห้องนอน ภายในตกแต่งพื้นและผนังด้วยกระเบื้อง Glazed Porcelain ลายหินอ่อน ส่วนพื้นที่อาบน้ำปูด้วยกระเบื้อง Unglazed Porcelain สีเทาผิว Matt ช่วยลดความลื่นขณะใช้งาน
ฟังก์ชันภายในแบ่งออกเป็น 3 ส่วนอย่างเป็นสัดส่วน ได้แก่ ส่วนโถสุขภัณฑ์, ตรงกลางเป็นอ่างล้างมือ และด้านในสุดเป็นพื้นที่อาบน้ำ พร้อมติดตั้ง Shower Screen แยกส่วนแห้ง-ส่วนเปียกมาให้เรียบร้อย จุดเด่นของการจัด Layout แบบนี้คือสามารถแยกใช้งานแต่ละส่วนพร้อมกันได้ เพิ่มความสะดวกในช่วงเวลาเร่งด่วน โดยสุขภัณฑ์มาตรฐานภายในห้องน้ำเลือกใช้ของ Kohler ทั้งหมดค่ะ
ส่วนแรกติดตั้งโถสุขภัณฑ์แบบ 2 Piece ระบบ Dual Flush พร้อมสายฉีดชำระและที่แขวนกระดาษทิชชูให้ครบชุด ส่วนด้านหลังทำ Low Wall เพิ่มพื้นที่สำหรับวางของใช้ในห้องน้ำหรือของตกแต่งชิ้นเล็ก ๆ ได้ค่ะ
เข้ามาตรงกลางห้องน้ำ ติดตั้งอ่างล้างมือทรงเหลี่ยม พร้อมก๊อกน้ำโครเมียมแบบก้านโยก ด้านล่างมีตู้เก็บของหน้าบานลายไม้ ช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บของใช้ต่าง ๆ ส่วนด้านหลังอ่างทำ Low Wall สำหรับวางของ พร้อมติดกระจกเงาทรงสูงมาให้ 1 บาน
ด้านในสุดเป็นส่วนอาบน้ำ มีการก่อธรณีหิน Quartz สีขาว พร้อมติดตั้ง Shower Screen ประตูกระจกบานสวิง โดยมือจับสามารถใช้แขวนผ้าเช็ดตัวหรือผ้าเช็ดมือได้ในตัว ส่วนพื้นที่อาบน้ำด้านในให้มากว้างกำลังดี สามารถยืนอาบน้ำและขยับตัวได้สะดวก ไม่อึดอัดค่ะ
ภายในส่วนอาบน้ำติดตั้งฝักบัวมาให้ 2 รูปแบบ ทั้ง Hand Shower และ Rain Shower พร้อมก๊อกน้ำแบบผสมน้ำร้อน-น้ำเย็น โดยเดินงานระบบเตรียมไว้พร้อมใช้งาน ส่วนผนังด้านข้างเจาะช่องทำชั้นวางของ Built-in มาให้ 2 ชั้น สำหรับวางสบู่ แชมพู และของใช้ต่าง ๆ ได้เป็นระเบียบ
หน้าห้องน้ำอีกด้านมีตู้เก็บของ Built-in ทรงสูง หน้าบานเมลามีนลายไม้สีอ่อนแบบบานเปิดคู่ติดมาให้ สามารถใช้เก็บของใช้ในบ้าน อุปกรณ์ทำความสะอาด หรือของชิ้นใหญ่ต่าง ๆ ได้ ช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บและทำให้ภายในห้องดูเป็นระเบียบมากขึ้นค่ะ
ถัดจากห้องครัวเปิดและห้องน้ำเข้ามาด้านใน จะเป็นห้องนั่งเล่นที่เชื่อมต่อกับห้องอเนกประสงค์ โดยมีประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน แบบ Full Height ติดตั้งมาให้สำหรับแบ่งพื้นที่ ช่วยให้แต่ละห้องใช้งานได้เป็นสัดส่วน ขณะเดียวกันก็ยังเปิดเชื่อมถึงกันเพื่อเพิ่มความโปร่งโล่งได้ค่ะ
ภายในห้องตัวอย่างจัดวางโซฟาขนาด 2 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกาแฟด้านหน้าให้ดูเป็นไอเดียและระยะใช้งานจริง โดยห้องจริงมีพื้นที่รองรับการปรับเปลี่ยนเป็นโซฟาแบบ L-Shape หรือ Daybed เพื่อเพิ่มพื้นที่สำหรับนั่งและนอนพักผ่อนได้ตามต้องการ
อีกฝั่งเป็นผนังเปล่าแนวยาว รองรับการ Built-in หรือวาง Sideboard ขนาดประมาณ 1.2-1.5 ม. ได้ โดยบริเวณผนังตรงกลางเดินงานระบบไฟฟ้ามาให้พร้อมต่อใช้งาน ส่วนด้านบนติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบ Wall Type มาให้ 1 เครื่อง
เข้ามาภายในห้องอเนกประสงค์ ห้องตัวอย่างตกแต่งเป็นห้องทำงานพร้อมเปิดรับวิวเมืองภายนอกมาให้ดูเป็นไอเดีย ส่วนห้องจริงสามารถปรับฟังก์ชันได้ค่อนข้างหลากหลาย ไม่ว่าจะทำเป็นห้องนอนเด็กเล็ก, Home Gym, Live Studio หรือห้องแต่งตัวและมุมแต่งหน้าก็ได้ตามไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยค่ะ


ในห้องตัวอย่างจัดวางโต๊ะทำงาน 1 ที่นั่ง ไว้ชิดริมหน้าต่างด้านหน้า และใช้พื้นที่เข้ามุมอีกฝั่งวางชั้นวางของพอดีพื้นที่มาให้ดูระยะใช้งาน
ความพิเศษของห้องนี้คือได้ผนังกระจกเข้ามุมแบบ Full Height ช่วยเปิดรับแสงธรรมชาติเข้ามาได้เต็มที่ ทำให้บรรยากาศภายในห้องดูโปร่ง สว่าง และสามารถ Take View เมืองภายนอกได้กว้าง โดยไม่มีอาคารสูงบดบังสายตา นอกจากนี้ ยังมีหน้าต่างกระจกบานเปิดขนาดเล็กติดมาให้ 1 บาน สามารถเปิดรับลมธรรมชาติและช่วยระบายอากาศภายในห้องได้ค่ะ
ติดกับผนังกระจกเข้ามุม จะมีประตูกระจกบานสวิง ที่ใช้เปิดเชื่อมต่อกับระเบียงด้านนอกได้ด้วยค่ะ
จากห้องอเนกประสงค์ มองย้อนกลับออกมาจะเห็นภาพรวมของ Common Area ทางด้านหน้าห้อง ทั้งห้องนั่งเล่น ห้องครัว และทางเข้าสู่ห้องพักค่ะ
เข้ามาต่อกันที่ห้องนอน เปิดประตูเข้ามาจะเจอกับพื้นที่หน้ากว้าง จัดสัดส่วนการใช้งานได้ลงตัว โดยแบ่งพื้นที่สำหรับวางเตียงนอน และมีมุม Walk-in Closet อยู่บริเวณด้านหน้าห้องน้ำในตัว
ภายในห้องรองรับเตียงนอน King Size พร้อมโต๊ะหัวเตียงได้ 1 คู่ โดยรอบเตียงยังเหลือพื้นที่สำหรับเดินใช้งานได้สะดวก รวมถึงมีทางเดินเชื่อมต่อออกไปยังระเบียงพักผ่อนด้านนอกได้โดยตรงค่ะ
บริเวณปลายเตียงติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบ Wall Type มาให้ 1 เครื่อง ส่วนผนังตรงกลางเป็นผนังเปล่าที่เดินงานระบบไฟฟ้าเตรียมไว้เรียบร้อย สามารถติด Smart TV สำหรับดูหนังภายในห้องนอน หรือจะเพิ่มชั้นวางของแนวยาวเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้งานก็ได้
ถัดออกไปเป็นประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน เชื่อมต่อกับระเบียงพักผ่อนด้านนอก พร้อมช่วยเปิดรับแสงธรรมชาติและมุมมองภายนอกเข้ามาภายในห้องนอนได้อีกทาง
เปิดออกมาจะเจอกับระเบียงพักผ่อน ปูพื้นด้วยกระเบื้องลายหินผิว Matt เต็มพื้นที่ ส่วนราวกันตกเลือกใช้ Tempered Glass ช่วยให้พื้นที่ดูโปร่ง ไม่บดบังสายตา และเปิดรับมุมมองภายนอกได้กว้างมากขึ้น
บริเวณผนังระเบียงติดตั้งก๊อกน้ำและโคมไฟกิ่งมาให้ครบ อีกด้านเป็นประตูกระจกบานสวิงที่เชื่อมต่อกับห้องอเนกประสงค์ ทำให้สามารถเดินเชื่อมถึงกันผ่านระเบียงได้
ส่วนด้านบนเป็นตำแหน่งติดตั้ง CDU จำนวน 2 เครื่อง โดยหันพัดลมออกสู่ภายนอกอาคาร ช่วยลดลมร้อนบริเวณระเบียง และทำให้พื้นที่ด้านล่างสามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่ค่ะ
จากระเบียงมองกลับเข้ามาภายในห้องนอน จะเห็นพื้นที่ใช้งานภายในห้องได้เต็ม ๆ และทางเดินที่เชื่อมต่อไปยัง Walk-in Closet และห้องน้ำในตัวทางด้านหน้า
บริเวณด้านหน้าห้องน้ำจัดพื้นที่สำหรับทำเป็น Walk-in Closet ภายในห้องนอน ช่วยแยกโซนแต่งตัวออกจากพื้นที่พักผ่อนได้เป็นสัดส่วน
ทางโครงการ Built-in ตู้เสื้อผ้าแบบ 3 บานเปิด ความสูงจรดฝ้าเพดานไว้ทางด้านซ้าย เพิ่มพื้นที่จัดเก็บเสื้อผ้าและของใช้ได้เต็มแนวตั้ง ส่วนอีกฝั่งติดกระจกเงาบานสูงมาให้ สามารถใช้ส่องเช็กการแต่งตัวก่อนออกจากห้องได้สะดวกค่ะ
จากห้องนอนมองกลับออกมาดูภาพรวมบริเวณ Common Area ค่ะ
แปลนห้องตัวอย่าง TYPE H1M ขนาด 43.5 ตร.ม. พร้อมพื้นที่ใช้สอยชั้นบนเพิ่มเติมอีก 16 ตร.ม. เป็นห้องพักรูปแบบ Vertiplex ที่โดดเด่นด้วยพื้นที่ Double Volume ฝ้าเพดานสูงถึง 4.45 ม. เพิ่มความโปร่งโอ่อ่าให้กับพื้นที่ส่วนกลาง พร้อมฟังก์ชันที่รองรับการอยู่อาศัยของคู่รัก หรือครอบครัวเริ่มต้นประมาณ 2-4 คนได้สบายมากขึ้น
เปิดประตูเข้ามาภายในห้อง ชั้นล่างจะเจอกับห้องครัวเปิดเป็นส่วนแรก โดยทางซ้ายมือเป็นห้องน้ำและบันไดขึ้นสู่ชั้นบน ถัดจากห้องครัวเข้าไปจะเป็นมุมทานอาหาร เชื่อมต่อกับ Living Area แบบ Open Space ซึ่งเป็น Highlight สำคัญของห้อง Type นี้ ด้วยฝ้าเพดาน Double Volume สูง 4.45 ม. พร้อมผนังกระจกเข้ามุมแบบ Full Height ช่วยเปิดรับแสงธรรมชาติและมุมมองภายนอกได้กว้างเต็มสายตา
ฝั่งซ้ายมือเป็นห้องนอน 1 ขนาดใหญ่ รองรับเตียงนอน King Size และตู้เสื้อผ้าได้ครบ ภายในห้องมีประตูกระจกเชื่อมออกสู่ระเบียงพักผ่อนส่วนตัว อีกด้านมีประตูเชื่อมเข้าสู่ห้องน้ำได้โดยตรง ทำให้ห้องนอนนี้ได้ฟังก์ชันใกล้เคียงกับห้องน้ำในตัว ขณะเดียวกันห้องน้ำก็ยังสามารถเข้าใช้งานจากโถงส่วนกลางได้อีกทาง
ขึ้นมาบนชั้น 2 จะได้พื้นที่ใช้สอยเพิ่มอีก 16 ตร.ม. จัดเป็นห้องนอนอีก 1 ห้องเต็มพื้นที่ รองรับเตียงนอน King Size พร้อมตู้เสื้อผ้า โต๊ะทำงาน และเฟอร์นิเจอร์อื่น ๆ ได้ โดยชั้นนี้มี Powder Room แยกไว้ให้ภายในชั้นเลย จึงไม่ต้องเดินลงมาใช้ห้องน้ำด้านล่าง เพิ่มความสะดวกและความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัยได้มากขึ้นค่ะ
มาต่อกันที่ห้องตัวอย่างแบบ Vertiplex ซึ่งจะอยู่บริเวณชั้น 23-27 ของอาคาร ห้อง Type นี้มีพื้นที่ชั้นล่างประมาณ 43.5 ตร.ม. พร้อมพื้นที่ชั้นบนเพิ่มเติมอีก 16 ตร.ม. โดยจุดเด่นอยู่ที่ Living Area แบบ Double Volume ที่ได้ฝ้าเพดานสูงถึง 4.45 ม. ช่วยเพิ่มความโปร่งโอ่อ่า และสร้างบรรยากาศภายในห้องให้แตกต่างจากห้องพักแบบ Simplex อย่างชัดเจน
สำหรับบริเวณห้องครัวและห้องนอนชั้นล่างจะได้ฝ้าเพดานสูง 2.2 ม. ส่วนพื้นที่ชั้นบนได้ฝ้าเพดานสูง 2.15 ม. พร้อมติดตั้ง Smoke & Heat Detector ตามจุดสำคัญทั้งชั้นล่างและชั้นบน เพิ่มความปลอดภัยในการอยู่อาศัยค่ะ
วัสดุมาตรฐานภายในห้องพักได้เหมือนกับห้องแบบ Simplex ที่พาไปชมก่อนหน้านี้ ทั้งผนังและฝ้าเพดานแบบฉาบเรียบทาสี, โคมไฟ LED Panel และพื้นห้องปู SPC ลาย Herringbone ให้บรรยากาศที่ดูเรียบหรูและต่อเนื่องเป็นโทนเดียวกันค่ะ
ส่วนแรกของห้องจะเป็นห้องครัวเปิด ได้เคาน์เตอร์ครัว Built-in รูปตัว I พร้อมตู้เก็บของทั้งด้านบนและด้านล่าง โดยด้านข้างฝั่งหนึ่งมีตู้เก็บรองเท้าแนวสูง Built-in เพิ่มมาให้ 1 ตู้ ส่วนอีกฝั่งเว้นพื้นที่สำหรับวางตู้เย็น พร้อมติดตั้งปลั๊กไฟไว้ให้ สามารถนำตู้เย็นมาต่อใช้งานได้ทันทีค่ะ
ตู้ด้านข้างออกแบบให้สูงจรดฝ้าเพดาน แบ่งฟังก์ชันออกเป็น 3 ส่วน ด้านล่างเป็นตู้เก็บรองเท้าที่รองรับได้ประมาณ 8 คู่ ตรงกลางทำเป็นชั้นวางของพร้อมไฟ LED สำหรับวางของใช้หรือของตกแต่ง ส่วนด้านบนเป็นตู้บานเปิด เหมาะสำหรับเก็บของที่ไม่ค่อยได้หยิบใช้งาน เช่น เครื่องมือช่าง หรือของใช้สำรองต่าง ๆ
ท็อปเคาน์เตอร์ครัวเลือกใช้หิน Quartz ลายหินอ่อนสีขาว ส่วน Backsplash กรุ Tinted Mirror พร้อมติดไฟ LED ใต้ตู้ ช่วยเพิ่มแสงสว่างขณะเตรียมและประกอบอาหาร
บนหน้าท็อปฝัง Sink สแตนเลสทรงสี่เหลี่ยมหลุมเดี่ยว พร้อมก๊อกน้ำทรงสูงแบบก้านโยกจาก Franke รอบ ๆ Sink ยังเหลือพื้นที่สำหรับวางฟองน้ำ น้ำยาล้างจาน และอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้สะดวก
อีกด้านเป็นพื้นที่สำหรับประกอบอาหาร ติดตั้ง Hob 2 หัว พร้อม Hood จาก Gorenje โดยตัว Hood เป็นระบบระบายอากาศออกสู่ภายนอกอาคาร ช่วยลดกลิ่นและควันจากการทำอาหารภายในห้องพักค่ะ
ตู้เก็บของด้านบนได้เป็นบานเปิด 3 บาน ภายในแบ่งชั้นสำหรับจัดเก็บจานชาม แก้ว และอุปกรณ์เครื่องครัว หน้าบานผสมระหว่าง Tinted Glass และเมลามีนสีพื้น พร้อมบานพับแบบ Soft Close ทั้งหมด
ส่วนตู้ด้านล่างจัดฟังก์ชันมาให้ครบ มีช่องสำหรับวางเครื่องซักผ้าฝาหน้าที่เดินระบบน้ำและระบบไฟเตรียมไว้พร้อมต่อใช้งาน ติดกันติดตั้ง Microwave แบบ Built-in จาก Gorenje มาให้พร้อมกับห้อง
พื้นที่ส่วนที่เหลือมีทั้งลิ้นชักพร้อมถาดแบ่งช่องสำหรับใส่ช้อน-ส้อม, ลิ้นชักเก็บของ และตู้เก็บของใต้ Sink พร้อมถังขยะแบบ Built-in ที่มีฝาปิดอัตโนมัติ ช่วยให้จัดเก็บอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้เป็นสัดส่วน และหยิบใช้งานได้สะดวกค่ะ
ถัดจากห้องครัวเข้ามาด้านใน จะเชื่อมต่อกับ Dining & Living Area แบบ Open Space จุดเด่นของพื้นที่ส่วนนี้คือฝ้าเพดานแบบ Double Volume สูงถึง 4.45 ม. ช่วยเพิ่มความโปร่งโอ่อ่า และทำให้พื้นที่พักผ่อนดูเปิดกว้างมากขึ้นค่ะ
ติดกับห้องครัวจัดเป็นมุมทานอาหาร สามารถวางโต๊ะทานข้าวขนาด 4 ที่นั่งได้กำลังพอดี โดยยังเหลือพื้นที่รอบโต๊ะให้เลื่อนเก้าอี้และเดินเข้า-ออกได้สะดวก
ด้านข้างมุมทานอาหารมีห้องเก็บของใต้บันไดเพิ่มมาให้ 1 ห้อง ช่วยใช้พื้นที่ใต้บันไดได้อย่างคุ้มค่า ภายในปูพื้นกระเบื้องแกรนิตโต้เต็มพื้นที่ ทำความสะอาดได้ง่าย พร้อมติดตั้งประตูบานเปิดลายไม้ ช่วยซ่อนของใช้ต่าง ๆ ให้เป็นระเบียบเรียบร้อยค่ะ
ตรงข้ามกับมุมทานอาหารมีพื้นที่ผนังว่าง สามารถวางตู้เก็บของ ติดชั้นวางของเพิ่มเติม หรือจะปรับเป็น Mini Bar / Coffee Station เล็ก ๆ สำหรับชงกาแฟและเครื่องดื่มภายในห้องก็ลงตัว
ถัดเข้ามาจะเป็น Living Area ซึ่งเป็นพื้นที่ไฮไลต์ของห้องแบบ Vertiplex ด้วยฝ้าเพดาน Double Volume สูง 4.45 ม. ให้บรรยากาศที่โปร่งและโอ่อ่ากว่าห้องพักทั่วไปอย่างชัดเจน
ห้องตัวอย่างจัดวางโซฟาขนาด 3 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกาแฟด้านหน้า ส่วนผนังฝั่งตรงข้ามวาง Sideboard และติด Smart TV จอใหญ่ให้ดูเป็นไอเดีย ระยะห่างระหว่างโซฟากับทีวีกำลังสบาย และยังเหลือพื้นที่ทางเดินให้ใช้งานได้สะดวกค่ะ
อีกหนึ่งจุดเด่นของ Living Area คือผนังกระจกเข้ามุมแบบ Full Height ที่สูงต่อเนื่องไปกับพื้นที่ Double Volume ช่วยเปิดรับแสงธรรมชาติและมุมมองภายนอกเข้ามาได้เต็มที่ จากบริเวณนี้สามารถชมวิวเมืองได้ในมุมกว้าง และบางยูนิตยังสามารถมองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาได้อีกด้วยค่ะ
ภาพบรรยากาศของ Living Area เมื่อเปิดม่านออก จะเห็นได้ชัดว่ากระจก Full Height ช่วยให้พื้นที่ภายในดูเปิดกว้าง รับแสงธรรมชาติได้มาก และเชื่อมต่อกับวิวภายนอกได้อย่างเต็มสายตา
จาก Living Area มองกลับไปทางหน้าห้อง จะเห็นพื้นที่ชั้นบนที่เปิดเชื่อมต่อกับ Double Volume ด้านล่าง ช่วยสร้างมิติให้พื้นที่ทั้ง 2 ชั้นดูต่อเนื่องกัน
เข้าไปดูห้องน้ำและห้องนอนชั้นล่างกันต่อค่ะ
ห้องน้ำชั้นล่างสามารถเข้า-ออกได้ 2 ทาง ทั้งจากโถงส่วนกลางด้านหน้าห้องและจากห้องนอน ทำให้ใช้งานได้สะดวกทั้งแขกและเจ้าของห้อง ภายในตกแต่งพื้นและผนังด้วยกระเบื้อง Glazed Porcelain ลายหินอ่อน
ส่วนพื้นที่อาบน้ำเปลี่ยนมาใช้กระเบื้อง Unglazed Porcelain สีเทาผิว Matt ช่วยลดความลื่น พร้อมแบ่งส่วนแห้งและส่วนอาบน้ำอย่างเป็นสัดส่วน ติดตั้งสุขภัณฑ์มาตรฐานจาก Kohler และมีพัดลมระบายอากาศแบบฝังเพดานให้ 1 เครื่องค่ะ
ส่วนแห้งจัดวางสุขภัณฑ์มาในระยะใช้งานสบาย ๆ
ได้อ่างล้างหน้าทรงเหลี่ยม พร้อมก๊อกน้ำแบบก้านโยก ด้านล่างมีตู้เก็บของบานเปิดลายไม้ สำหรับเก็บของใช้และอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในห้องน้ำ
ติดกันเป็นโถสุขภัณฑ์แบบ 2 Piece ระบบ Dual Flush พร้อมอุปกรณ์ประกอบมาให้ครบชุดค่ะ
ด้านหลังสุขภัณฑ์ทำ Low Wall แนวยาว สามารถใช้วางของใช้ต่าง ๆ ได้หลายชิ้น ส่วนผนังด้านบนติดกระจกเงาบานใหญ่เกือบเต็มพื้นที่ ช่วยเพิ่มมิติให้ห้องน้ำดูกว้างขึ้น ผนังด้านซ้ายมือมีปลั๊กไฟพร้อมฝาครอบกันน้ำและตะขอแขวนผ้าติดมาให้ครบ
ด้านในสุดเป็นส่วนอาบน้ำ กั้นด้วย Shower Screen ประตูบานสวิง โดยมือจับสามารถใช้แขวนผ้าเช็ดตัวได้ในตัว พื้นที่ด้านในค่อนข้างกว้าง สามารถยืนอาบน้ำและขยับตัวได้สะดวก ไม่อึดอัด
ภายในติดตั้งฝักบัวให้ 2 แบบ ทั้ง Hand Shower และ Rain Shower พร้อมก๊อกผสมน้ำร้อน-น้ำเย็น ส่วนผนังเจาะช่องทำชั้นวางของมาให้ 2 ชั้น สำหรับวางสบู่ แชมพู และของใช้ต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องติดชั้นเพิ่มค่ะ
มองกลับออกมาทางหน้าห้องน้ำ จะเห็นประตูสำหรับเข้า-ออกทั้ง 2 ทาง โดยประตูฝั่งหนึ่งเชื่อมกับโถงส่วนกลาง ส่วนอีกฝั่งเปิดเชื่อมเข้าสู่ห้องนอนชั้นล่างโดยตรง
เปิดประตูอีกฝั่งออกมาจะเชื่อมเข้าสู่ห้องนอนชั้นล่างแบบนี้เลยค่ะ
มาดูห้องนอนชั้นล่างกันต่อ จากประตูทางเข้าหลักจะเปิดเข้ามาเจอกับห้องนอนแบบหน้ากว้าง จัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้ง่ายและมีพื้นที่ใช้งานค่อนข้างดี
ภายในรองรับเตียงนอน King Size พร้อมเฟอร์นิเจอร์มาตรฐานได้ครบ และห้องนี้ยังมีระเบียงพักผ่อนแบบส่วนตัวเชื่อมต่อออกไปจากห้องนอนโดยตรงค่ะ
ห้องตัวอย่างจัดวางเตียงนอน King Size พร้อมโต๊ะหัวเตียงด้านข้าง 1 คู่ ให้ดูระยะใช้งานจริงรอบ ๆ เตียง

ปลายเตียงเป็นผนังเปล่าพร้อมเตรียมงานระบบไฟฟ้ามาให้ สามารถติด Smart TV จอใหญ่ หรือติดตั้งตู้แขวนผนังและชั้นวางของแนวยาวเพิ่มเติมได้ตามต้องการ ส่วนด้านบนติดเครื่องปรับอากาศ Wall Type มาให้ 1 เครื่องค่ะ
อีกฝั่งของห้องจัดเป็นพื้นที่แต่งตัวอยู่บริเวณด้านหน้าห้องน้ำ ทำให้ใช้งานต่อเนื่องกันได้สะดวก
พื้นที่ข้างเตียงฝั่งนี้มีความกว้างเพียงพอสำหรับวางหรือ Built-in ตู้เสื้อผ้าขนาดมาตรฐาน พร้อมจัดโต๊ะเครื่องแป้งแบบ 1 ที่นั่งเพิ่มเติมได้ค่ะ
เมื่อวางเฟอร์นิเจอร์เข้าไปแล้ว ยังเหลือพื้นที่ตรงกลางให้ยืนแต่งตัวและนั่งใช้งานโต๊ะเครื่องแป้งได้สะดวก
อีกฝั่งของห้องติดตั้งประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอนแบบ Full Height ใช้เปิดเชื่อมต่อกับระเบียงส่วนตัว พร้อมช่วยเปิดรับแสงธรรมชาติเข้ามาภายในห้องนอนได้มากขึ้นค่ะ
ระเบียงพักผ่อนปูพื้นด้วยกระเบื้องผิว Matt ช่วยลดความลื่น พร้อมติดตั้งราวกันตก Tempered Glass ทำให้เปิดรับมุมมองภายนอกได้กว้าง พื้นที่บริเวณนี้สามารถจัดสวนกระถางเล็ก ๆ หรือวางเก้าอี้สำหรับออกมานั่งพักผ่อนชมวิวได้ค่ะ
ที่ระเบียงติดตั้งโคมไฟกิ่งและก๊อกสนามมาให้ครบเหมือนกันทุกยูนิต เพิ่มความสะดวกทั้งการใช้งานช่วงกลางคืนและการทำความสะอาดพื้นที่
ส่วน CDU ถูกติดตั้งแบบแขวนไว้ด้านบน ช่วยคืนพื้นที่บริเวณพื้นระเบียง ทำให้สามารถใช้งานพื้นที่ด้านล่างได้อย่างเต็มที่มากขึ้นค่ะ
จากห้องตัวอย่างยูนิตนี้มองออกไปจะได้วิวฝั่งเจริญนคร โดยทางขวามือสามารถมองเห็นแนวรถไฟฟ้าสายสีทอง รวมถึงวิวแม่น้ำเจ้าพระยาได้ค่ะ
จากระเบียงมองกลับเข้ามาภายในห้องนอนชั้นล่าง จะเห็นพื้นที่ใช้งานภายในห้องทั้งหมด
บันไดสำหรับขึ้นสู่ชั้นบนจะอยู่บริเวณด้านหน้าห้องพัก ใกล้กับประตูทางเข้าและห้องครัว ทำให้สามารถขึ้น-ลงได้สะดวกโดยไม่ต้องเดินผ่านพื้นที่พักผ่อนด้านในค่ะ
ขึ้นมาที่ชั้นบนจะจัดฟังก์ชันเป็นห้องนอนขนาดใหญ่อีก 1 ห้อง โดยความพิเศษของห้องแบบ Vertiplex โครงการนี้ คือพื้นที่ชั้นบนมีการติดตั้ง Smoke Detector พร้อมห้องน้ำแบบ Powder Room มาให้ในตัว เพิ่มความสะดวกในการใช้งานโดยไม่ต้องเดินลงไปยังชั้นล่างค่ะ
ห้องตัวอย่างจัดวางเตียงนอนขนาด 5 ฟุต พร้อมโต๊ะหัวเตียงขนาดเล็ก เพื่อให้เห็นระยะใช้งานจริงภายในห้อง
ข้างเตียงยังมีพื้นที่เหลือ สามารถ Built-in หรือวางชั้นเก็บของแนวสูงเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บของภายในห้องได้ค่ะ
ส่วนปลายเตียงจัดเป็นมุมทำงานแบบ 1 ที่นั่งได้กำลังพอดี เหมาะสำหรับวางโต๊ะทำงานหรือโต๊ะอ่านหนังสือ และบริเวณนี้ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ Wall Type มาให้ 1 เครื่อง
ผนังปลายเตียงติดตั้งกระจกบาน Fixed แบบ Full Height เปิดมุมมองลงไปยัง Living & Dining Area ด้านล่างได้ ช่วยเชื่อมพื้นที่ทั้ง 2 ชั้นเข้าด้วยกัน และทำให้สัมผัสความโปร่งของ Double Volume ได้ชัดเจนยิ่งขึ้นค่ะ
ด้านในสุดของห้องจัดเป็นพื้นที่แต่งตัวและห้องน้ำ ใช้งานต่อเนื่องกันได้สะดวก
มุมแต่งตัวมีพื้นที่รองรับตู้เสื้อผ้าขนาดมาตรฐาน พร้อมโต๊ะเครื่องแป้งแบบ 1 ที่นั่งได้ โดยยังเหลือพื้นที่สำหรับยืนแต่งตัวและใช้งานได้สบาย ๆ ค่ะ
ส่วนทางเข้าห้องน้ำชั้นบนกั้นด้วยประตูไม้บานเลื่อน ช่วยประหยัดพื้นที่และไม่เสียระยะสำหรับการเปิด-ปิดบานประตู
ห้องน้ำชั้นบนเป็นแบบ Powder Room ได้สุขภัณฑ์ของ Kohler ภายในตกแต่งพื้นและผนังด้วยกระเบื้องลายหินอ่อนสีเทา แยกอ่างล้างมือและโถสุขภัณฑ์ไว้คนละฝั่ง ทำให้ใช้งานพื้นที่ได้เป็นสัดส่วน พร้อมติดตั้งพัดลมระบายอากาศแบบฝังเพดานมาให้ 1 เครื่องค่ะ
ฝั่งอ่างล้างมือได้อ่างทรงเหลี่ยมพร้อมก๊อกน้ำแบบก้านโยก มีชั้นสำหรับวางของและตู้เก็บของบานเปิดใต้อ่าง ส่วนผนังติดกระจกเงามาให้ 1 บาน
อีกฝั่งติดตั้งโถสุขภัณฑ์แบบ 2 Piece ระบบ Dual Flush พร้อมอุปกรณ์ประกอบครบชุด ด้านหลังทำ Low Wall สำหรับวางของใช้ภายในห้องน้ำเพิ่มเติมได้ค่ะ
มองกลับออกมาจะเห็นพื้นที่ภายในห้องนอนชั้นบนทั้งหมด สำหรับครอบครัวเริ่มต้นที่ยังไม่จำเป็นต้องใช้เป็นห้องนอน ก็สามารถปรับพื้นที่ชั้นบนเป็นห้องทำงาน, ห้องพักผ่อน, ห้องดูหนัง หรือห้องอเนกประสงค์ได้ตามไลฟ์สไตล์ ทำให้พื้นที่ 16 ตร.ม. ที่เพิ่มขึ้นมาสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้ตามการใช้งานของแต่ละครอบครัวค่ะ
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ คลิก : https://apthai.ly/OTiZSq
RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค เป็นคอนโดระดับ Luxury บนทำเลเจริญนครที่มีความโดดเด่นทั้งในแง่ของศักยภาพและความหายากของที่ดิน ตัวโครงการตั้งอยู่ติดถนนเจริญนคร บนพื้นที่ใจกลางย่านริมแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งตรงข้าม ICONSIAM และ The Residences at Mandarin Oriental Bangkok ถือเป็นตำแหน่งที่ได้ทั้งความสะดวกของการใช้ชีวิตในเมือง และบรรยากาศเฉพาะตัวของ Riverside Living ไปพร้อมกัน
จุดแข็งของทำเลนี้คือที่ดินสำหรับพัฒนาโครงการ High-Rise ขนาดใหญ่ในย่านเจริญนคร โดยเฉพาะตำแหน่งใกล้แม่น้ำและ ICONSIAM มีค่อนข้างจำกัด ขณะที่พื้นที่โดยรอบได้รับการพัฒนาต่อเนื่องจนกลายเป็นอีกหนึ่งโซนสำคัญของกรุงเทพฯ ฝั่งธนบุรี มีทั้งโครงการที่พักอาศัยระดับ Luxury โรงแรมระดับบน ร้านอาหาร และแหล่ง Lifestyle เข้ามารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก จึงเป็นทำเลที่มี Character แตกต่างจากโซนที่อยู่อาศัยทั่วไป
ด้านการใช้ชีวิตประจำวันถือว่าสะดวกมาก เพราะฝั่งตรงข้ามโครงการเป็น ICONSIAM และ ICS ซึ่งรวมทั้ง Shopping, Supermarket, ร้านอาหาร คาเฟ่ โรงภาพยนตร์ และบริการต่าง ๆ ไว้ครบ โดยอยู่ห่างจากโครงการเพียง 100 ม.* ขณะที่ Lotus’s Privé ก็อยู่ในระยะใกล้เคียงกัน
นอกจากนี้ยังอยู่ใกล้ย่านเก่าและแหล่ง Lifestyle ริมแม่น้ำอย่างคลองสาน ตลาดน้อย River City Bangkok และ Warehouse 30 รวมถึงสถานพยาบาลอย่าง รพ.ตากสิน เพียง 280 ม.* และ รพ.สมเด็จเจ้าพระยา เพียง 300 ม.* ทำให้เป็นทำเลที่รองรับการใช้ชีวิตได้ค่อนข้างครบตั้งแต่เรื่องกิน เที่ยว ช้อป การเดินทาง ไปจนถึงการรักษาพยาบาล
อีกข้อได้เปรียบคือแม้โครงการจะตั้งอยู่ฝั่งธนบุรี แต่สามารถเชื่อมต่อเข้าสู่ CBD ฝั่งสาทร-สีลมได้สะดวก จึงเหมาะทั้งกับคนที่ทำงานในเมืองและคนที่ชอบ Lifestyle ริมแม่น้ำ โดยไม่จำเป็นต้องแลกกับความสะดวกในการเดินทางค่ะ
สำหรับการเดินทางด้วยรถยนต์ ตัวโครงการมีข้อได้เปรียบจากการติดถนนเจริญนครโดยตรง สามารถขับออกจากโครงการแล้วเชื่อมต่อไปยังถนนสายหลักได้หลายเส้นทาง ทั้งกรุงธนบุรี สมเด็จเจ้าพระยา ลาดหญ้า และประชาธิปก ก่อนกระจายเข้าสู่โซนวงเวียนใหญ่ คลองสาน สาทร สีลม รวมถึงพื้นที่ฝั่งพระนครได้สะดวก
การเข้าเมืองสามารถเลือกใช้เส้นกรุงธนบุรีแล้วข้ามสะพานตากสินเข้าสู่ถนนสาทร ซึ่งเป็นเส้นทางตรงสำหรับเข้าสู่ CBD ขณะที่การเดินทางไปโซนพระนครสามารถใช้เส้นสมเด็จเจ้าพระยา-ประชาธิปก เชื่อมต่อสะพานพระปกเกล้าและสะพานพุทธ ไปยังพาหุรัด เยาวราช และพื้นที่ชั้นในของกรุงเทพฯ ได้
อีกทางเลือกสำหรับการเดินทางระยะไกลคือทางพิเศษศรีรัช โดยสามารถขึ้นได้ทั้งด่านสีลม ระยะประมาณ 3.5 กม. และด่านสาทรสำหรับมุ่งหน้าไปทางพระราม 3 ระยะประมาณ 3.9 กม. ช่วยกระจายการเดินทางไปยังโซนอื่นของกรุงเทพฯ ได้คล่องตัวขึ้น
ข้อดีอีกอย่างของทำเลเจริญนครคือมีทางเลือกในการเดินทางหลายทิศทาง ไม่ได้พึ่งถนนเส้นเดียว ผู้ใช้รถจึงสามารถเลือกเส้นทางให้เหมาะกับจุดหมายและสภาพการจราจรในแต่ละช่วงเวลาได้ค่ะ
ด้านการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะถือเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งของโครงการ เพราะอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีทอง สถานีเจริญนคร เพียง 100 ม. หรือเดินจากโครงการไปใช้งานได้สะดวก ตัวสถานีตั้งอยู่บริเวณด้านหน้า ICS และ ICONSIAM ทำให้สามารถเดินทางไป Shopping หรือเชื่อมต่อระบบรถไฟฟ้าสายหลักได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้รถยนต์
รถไฟฟ้าสายสีทองสามารถนั่งไปเชื่อมกับ BTS สายสีลมที่สถานีกรุงธนบุรี จากนั้นเดินทางต่อเข้าสู่สาทร-สีลม หรือเชื่อมต่อไปยังสยามและพื้นที่สำคัญอื่น ๆ ของกรุงเทพฯ ได้ จึงเหมาะกับคนทำงานในเมืองที่ต้องการลดการใช้รถส่วนตัวในวันทำงาน
นอกจากรถไฟฟ้าแล้ว หน้าโครงการยังมีป้ายรถโดยสารบริเวณ B-Quik รองรับรถประจำทางมากกว่า 10 สาย รวมถึงมีรถสองแถว รถกะป๊อ รถตุ๊กตุ๊ก Taxi และ Motorcycle Taxi ให้เลือกใช้งาน
ด้วยตำแหน่งริมแม่น้ำยังเพิ่มทางเลือกด้วยการเดินทางทางเรือ โดยสามารถไปใช้ท่าเรือ ICONSIAM ได้ในระยะประมาณ 400 ม. และท่าเรือคลองสานประมาณ 500 ม. จึงเป็นหนึ่งในทำเลที่มีระบบการเดินทางให้เลือกค่อนข้างครบ ทั้งรถยนต์ รถไฟฟ้า รถโดยสาร และเรือค่ะ
RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค เป็นคอนโด High-Rise สูง 29 ชั้น จำนวน 1 อาคาร พัฒนาบนที่ดินขนาด 4-0-86.4 ไร่ มีห้องพักทั้งหมด 577 ยูนิต โดยพื้นที่พักอาศัยเริ่มตั้งแต่ชั้น 6-27 และมีที่จอดรถประมาณ 60% ไม่รวมจอดซ้อนคัน
หนึ่งในจุดที่โครงการให้ความสำคัญเป็นพิเศษคืองาน Design ภายใต้อัตลักษณ์ “The Rarity of Urban River-Formed Living: From River Sight to River Senses” ที่ไม่ได้หยิบแม่น้ำเจ้าพระยามาใช้เพียงในมิติของวิว แต่ถอด Movement และความลื่นไหลของสายน้ำออกมาเป็นภาษาทางสถาปัตยกรรม
จึงเห็นการใช้เส้นสายโค้งมนตั้งแต่รูปทรงอาคาร Facade ส่วนยอดอาคาร ไปจนถึงงาน Interior และรายละเอียดของพื้นที่ส่วนกลาง ขณะเดียวกันงานตกแต่งภายในยังนำแรงบันดาลใจจาก Japanese–Italian Craftsmanship มาผสมผสาน ทั้งความละเอียดประณีต การเลือกวัสดุ และงาน Craftsmanship ทำให้แต่ละพื้นที่มีรายละเอียดเฉพาะตัว แต่ยังคงเชื่อมโยงกันเป็นเอกลักษณ์เดียวของโครงการ
ด้านห้องพักจะแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ได้แก่ Simplex และ Vertiplex
ห้อง Simplex อยู่บนชั้น 6-22 มีตั้งแต่ 1 Bedroom, 1 Bedroom Plus, 2 Bedroom 2 Bathroom และ 3 Bedroom 3 Bathroom พื้นที่ใช้สอยประมาณ 35-130 ตร.ม. จุดเด่นคือความสูงฝ้าและการวางฟังก์ชันที่ให้พื้นที่ใช้งานค่อนข้างเป็นสัดส่วน รองรับตั้งแต่การอยู่อาศัยคนเดียว คู่รัก ไปจนถึงครอบครัวที่ต้องการห้องขนาดใหญ่
ส่วนชั้น 23-27 เป็นห้องแบบ Vertiplex พื้นที่ชั้นล่างประมาณ 35-127.5 ตร.ม. ซึ่งเพิ่มพื้นที่ใช้สอยในแนวตั้ง และให้ Living Area แบบ Double Volume สูงถึง 4.45 ม. ทำให้พื้นที่ส่วนกลางของห้องมีมิติและความโปร่งโอ่อ่าแตกต่างจากห้องพักทั่วไป พร้อมกระจกบานใหญ่ที่ช่วยเปิดรับมุมมองภายนอกได้กว้าง
ห้องพักขายแบบ Fully Fitted โดยวัสดุและ Specification ที่ให้มาค่อนข้างครบ พื้นห้องพักปู SPC ลาย Herringbone ผนังและฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสี พร้อมติดตั้งเครื่องปรับอากาศและ Digital Door Lock
ชุดครัวเป็น Built-in Kitchen พร้อมท็อป Quartz สีขาว ผนัง Backsplash ใช้ Tinted Mirror พร้อมไฟ LED ใต้ตู้ มีตู้เก็บของทั้งบนและล่าง บาน Soft Close รวมถึงเตรียมเครื่องใช้ไฟฟ้าจาก Gorenje ทั้ง Hob, Hood ที่ต่อท่อระบายอากาศออกภายนอก และ Built-in Microwave ส่วน Sink และก๊อกน้ำเลือกใช้จาก Franke พร้อมเตรียมพื้นที่และงานระบบสำหรับเครื่องซักผ้าไว้ให้เรียบร้อย
ห้องน้ำเลือกใช้สุขภัณฑ์จาก Kohler แบ่งพื้นที่ส่วนแห้งและส่วนอาบน้ำ พร้อม Shower Screen, Hand Shower, Rain Shower และก๊อกผสมน้ำร้อน-น้ำเย็น โดยรายละเอียดวัสดุภายในห้องยังเน้นโทนสีและ Texture ที่ต่อเนื่องกับ Character ของโครงการค่ะ
พื้นที่ส่วนกลางถือเป็นหนึ่งในจุดเด่นของ RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค โดยมีพื้นที่รวมกว่า 1,360 ตร.ม. กระจายไว้ในหลายชั้น และไม่ได้เน้นเพียงจำนวน Facility แต่ให้ความสำคัญกับการสร้าง Character ที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้รองรับกิจกรรมของลูกบ้านได้ตั้งแต่การพักผ่อน ทำงาน ออกกำลังกาย ไปจนถึงการพบปะสังสรรค์
บริเวณชั้นล่างเริ่มตั้งแต่ Welcome Foyer, Concierge Service บริการ 24 ชม., Main Lobby Lounge และ Co-working Space ที่ออกแบบภายใต้แนวคิด River Wave Retreat มีทั้ง Feature Water Ribbon Chandelier, Silk Pattern Glass และงาน Crystal Symphony Craftsmanship รวมถึงผนังกระจก Full Height สูงถึง 4 ม. ช่วยให้พื้นที่ต้อนรับมีความโปร่งและรับแสงธรรมชาติได้ดี
พื้นที่ Outdoor บริเวณชั้น 1 มีทั้ง Private Sanctuary Yard และ Wharf Yard Garden จัด Landscape พร้อมพื้นที่นั่งพักผ่อน Daybed, Bar Counter และ Sunken Seat ขนาดใหญ่ ส่วนชั้น 6 มี Yacht Garden Terrace เป็นสวนพักผ่อนกลางแจ้งที่สามารถเปิดรับวิวฝั่ง ICONSIAM และแม่น้ำเจ้าพระยาได้
ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ Sky Facilities ชั้น 28-29 ซึ่งใช้ตำแหน่งบนชั้นสูงให้เกิดประโยชน์กับวิวแม่น้ำและ Bangkok Skyline โดยชั้น 28 มี River Hydro Pool สระว่ายน้ำระบบเกลือความยาวกว่า 40 ม. พร้อม Lap Pool, Jacuzzi Pool, Kids Pool, Pool Deck, Pool Bar, Circular Outdoor Living, River Deck, Courtyard และ Artistic Pavilion รองรับทั้งการว่ายน้ำจริงจังและการพักผ่อนชมวิว โดยหลายตำแหน่งสามารถมองเห็น ICONSIAM แม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงการแสดงพลุในช่วงเทศกาลได้
Fitness เปิดใช้งานตลอด 24 ชม. แบ่ง Cardio Zone และ Weight Training Zone อย่างเป็นสัดส่วน พร้อมเครื่องออกกำลังกายจาก Technogym และผนังกระจก Full Height ที่เปิดรับวิวเมืองขณะออกกำลังกาย นอกจากนี้ยังมีห้องน้ำส่วนกลาง ห้อง Steam ฝั่งหญิง และ Sauna ฝั่งชายไว้ให้ใช้งานค่ะ
ขึ้นมาบนชั้น 29 จะเปลี่ยนบรรยากาศให้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น มีทั้ง Iconic Lounge และ The Grand Yacht Lounge ซึ่งได้แรงบันดาลใจจาก Italian Yacht พร้อม Private Meeting Room สำหรับประชุมหรือพูดคุยงานแบบเป็นส่วนตัว
ด้านในยังมี Private Club พร้อม Iconic Bar และอุปกรณ์สำหรับเตรียมอาหารและเครื่องดื่ม รองรับการจัดสังสรรค์ในโอกาสพิเศษ รวมถึง Sky Living Room สำหรับทำงาน อ่านหนังสือ ประชุม หรือนั่งพักผ่อน และ Private Gym สำหรับลูกบ้านที่ต้องการออกกำลังกายในพื้นที่ที่เป็นส่วนตัวมากขึ้น
อีกหนึ่ง Design Element ที่โดดเด่นคือ The Iconic Stair บันไดประติมากรรมโทน Prismatic Copper ที่นำ Movement ของสายน้ำมาตีความเป็นรูปทรงโค้ง ทำหน้าที่ทั้งเชื่อมต่อพื้นที่และเป็น Art Piece ขนาดใหญ่ของ Sky Facilities
สำหรับฟังก์ชันที่ช่วยรองรับการใช้ชีวิตประจำวัน โครงการมี Mail Room และ Delivery Drop Point ที่จัดช่องรับอาหารและพัสดุไว้หลายขนาด พร้อมแยกเส้นทาง Delivery ออกจาก Welcome Lobby ช่วยลดการสัญจรของบุคคลภายนอกผ่านพื้นที่ต้อนรับหลัก และเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับลูกบ้าน
ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มีการควบคุมการเข้า-ออกตั้งแต่บริเวณ Main Entrance ด้วยระบบ Double Gate พร้อมไม้กระดกอัตโนมัติและประตูรั้วเลื่อนสำหรับช่วงกลางคืน รถยนต์ลูกบ้านเข้า-ออกผ่านระบบ KATSAN ที่ทำงานร่วมกับระบบจดจำป้ายทะเบียนรถยนต์ ขณะที่ทางเข้าสู่พื้นที่สำคัญภายในอาคารและ Lift Lobby ใช้ระบบ Face Scan แบ่งการเข้าถึงพื้นที่เป็นลำดับ
เมื่อรวมกับการจัดเส้นทางของลูกบ้าน Visitor และ Delivery ให้แยกจากกันในหลายจุด จึงช่วยให้การใช้งานพื้นที่ส่วนกลางมีทั้งความสะดวกและความเป็นส่วนตัว เหมาะกับ Character ของโครงการ Luxury Residence ที่ให้ความสำคัญตั้งแต่รายละเอียดของงานออกแบบ ไปจนถึงประสบการณ์การอยู่อาศัยในชีวิตประจำวันค่ะ
Tel : 1623
Line : https://apthai.ly/pNTE0v
Website : https://apthai.ly/OTiZSq
หากเพื่อน ๆ เห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด Like เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงาน ขอบคุณค่ะ
แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับ " รีวิว Rhythm Charoennakhon Iconic แฟลกชิปลักชัวรีคอนโดพร้อมอยู่ วิวแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงข้าม ICONSIAM เพียง 100 ม.* จาก BTS เจริญนคร เริ่ม 5.9 ล้าน* "